ชนะแต้มเอกฉันท์! “ปาเกียว” ผงาดทวงแชมป์โลกสำเร็จ

 ชนะแต้มเอกฉันท์! "ปาเกียว" ผงาดทวงแชมป์โลกสำเร็จ

การแข่งขัน มวยสากล ชิงแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตขององค์กรมวยโลก (WBO)  ที่เดอะโธมัส แอนด์ แม็ค เซนเตอร์ ในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา

แมนนี่ ปาเกียว นักชกเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก 8 เส้นชาวฟิลิปปินส์ ตัดสินใจคืนสังเวียนอีกครั้ง ในวัย 37 ปี พบกับ เจสซี่ วาร์กาส เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตขององค์กรมวยโลก

เริ่มการชกในยกแรก ปาเกียว เดินบุกเข้าหาทันที ก่อนออกหมัดซ้ายเพื่อก่อกวน ขณะที่ วาร์กาส ก็รอดักด้วยหมัดขวา แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าเป้ากัน

ยก 2 ปาเกียว ทิ้งซ้ายเข้าหน้า เจสซี่ วาร์กาส อย่างจัง ส่งลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าให้กรรมการนับถึง 8 ก่อนกลับมาสู้กันใหม่

ช่วงยก 4-7 รูปเกมยังเหมือนเดิม แมนนี่ ปาเกียว เป็นฝ่ายเดินบดเข้าใส่ ขณะที่ วาร์กาส ดักปล่อยหมัดขวาเล่นงานเป็นระยะ

ยก 8 ปาเกียว เดินต่อยซ้ายได้สวยๆ แต่กลางยกมาพลาดโดนหมัดขวา เจสซี่ วาร์กาส เข้าอย่างจัง ทำให้ถึงกับหยุดไปดื้อๆ แต่พอฟื้นตัวก็มาไล่ต่อยคืนได้สวยๆหลายหมัด

ยก 9 ทั้งคู่ออกมาเดินแลกหมัดกันเหมือนเดิมในช่วงต้นยก ก่อนที่กลางยก เจสซี่ วาร์กาส จะถอยออกมาเล่นวงนอก ดักแย็ปสวยๆได้หลายครั้ง

ยก 10 ปาเกียว ดูเร่งเครื่องมากขึ้น เมื่อเป็นฝ่ายเดินเร็วไล่กดดันอย่างต่อเนื่อง เล่นเอา วาร์กาส ออกอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด

ยก 11 “เดอะ แพ็คแมน” โชว์สเต็ป ออกหมัดหนึ่งสองได้สวยๆ แต่กลางยก เจสซี่ วาร์กาส เล่นเอาแฟนๆในสนามถึงกับครางฮือ เมื่อปล่อยฮุกซ้ายเข้าปลายคาง ปาเกียว อย่างจัง

ยกสุดท้าย แมนนี่ ปาเกียว มาเน้นรัดกุม เดินออกหมัดน้อยลงแต่เข้าเป้าจังๆหลายครั้ง ทำเอา เจสซี่ วาร์กาส ดูอ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ครบ 12 ยก ผู้ตัดสินประกาศให้ “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้แบบเอกฉันท์ (114-113, 118-109 และ 118-109) คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตขององค์กรมวยโลก (WBO) มาครองได้สำเร็จ

นับเป็นการเพิ่มสถิติของ นักชกตากาล็อก เป็นชนะ 59 แพ้ 6 และ เสมอ 2 ขณะที่ เจสซี่ วาร์กาส แพ้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต หลังจากชนะมา 27 ครั้ง (ชนะน็อค 10 ครั้ง)

นทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาว

จังหวัดเชียงใหม่เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว อุณหภูมิลดลงเฉลี่ย 1-4 องศาฯ ขณะที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์และดอยอ่างขาง นทท.เริ่มแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างคึกคักนทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่า อุณหภูมิได้ลดลง โดยในวันนี้บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่วัดได้ 22.1 องศาเซลเซียส ลดจากเมื่อช่วงวานที่ผ่านมา (1 พ.ย.) เฉลี่ย 24 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณยอดดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าอุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้เฉลี่ย 16.2 องศาเซลเซียสโดยจากข้อมูลของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ในช่วงวันที่วันที่ 1-4 พ.ย.59 นี้ จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค และอุณหภูมิจะลดลงราว 1-4 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 19-22 องศาเซลเซียสบนพื้นราบ และตามยอดดอยจะเฉลี่ยที่ 8-15 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส และขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียงดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันในระยะนี้ด้วยนอกจากนี้ยังพบว่า บริเวณสันเขื่อนแม่กวง อุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้มีประชาชนทยอยนำจักรยานออกมาปั่นในตอนเช้า เพื่อรับลมหนาว และชมทะเลหมอกเช่นเดียวกันด้านนายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันมานี้ อุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง ในวันนี้นั้นยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิวัดได้ 8 องศาเซลเซียสเท่านั้น และมีนักท่องเที่ยวทยอยขึ้นมาตลอดทั้งวัน เฉลี่ยวันละ 1.900 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาเพื่อสัมผัสบรรยากาศ บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นวันแรกในวันที่ 1 พ.ย.2559 หลังจากปิดการให้บริการในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมความดงงามของธรรมชาติกันอย่างคึกคัก โดยบางส่วนได้ตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดทำการเสียด้วยซ้ำ ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น และสัมผัสได้ถึงเมฆหมอกหนาทึบ ทำให้บริเวณจุดชมวิวที่เป็นไฮไลท์ ไม่สามารถมองเห็นทัศนียภาพ หรือ ทะเลหมอก แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงประทับใจกับอุณหภูมิและความบริสุทธิ์ของอากาศกันอยู่

ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น

ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น

การดื่มน้ำสะอาดเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะน้ำมีประโยชน์และความจำเป็นต่อร่างกายและสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้อีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำอุ่น ซึ่งการดื่มน้ำอุ่นเป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก เพราะเวลาดื่มจะมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้น้ำ หรือบางครั้งเวลาเหนื่อยๆเช่นโหมงานหนัก , ออกกำลังกายมา คนส่วนมากมักจะเลือกดื่มน้ำเย็น เพราะเวลาดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น
แต่ทราบมั้ยว่าการดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าธรรมดาที่อยู่ในอุณหภูมิห้องที่มีความร้อนเหมาะสม จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงตามเซลล์ต่างๆในร่างกาย ส่งผลให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆเป็นปกติ เราจึงแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย
ดื่มน้ำอุ่นทุกวันร่างกายได้ประโยชน์หลากหลายดังนี้
1. ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย
น้ำอุ่นช่วยดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายที่ไหลเวียนอยู่ตามอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ปอด ตับ ไต และลำไส้ โดยที่น้ำอุ่นจะช่วยขับถ่ายของเสียเหล่านั้นออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ขี้มูก ขี้ตา และเหงื่อไคล เป็นต้น ร่างกายของเราก็จะสะอาดจากภายใน ซึ่งเราสามารถเช็กได้ง่ายๆ ก็คือการที่ร่างกายไม่มีกลิ่นตัวตามข้อพับ ไม่มีกลิ่นปาก มีแววตาสดใส เป็นต้น
2. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
ใครที่เป็นคนธาตุหนัก ท้องผูก ขับถ่ายยาก ขอแนะนำว่าในตอนเช้าหลังตื่นนอน อย่าเพิ่งล้างหน้าแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำอุ่น 1แก้ว แล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกาเบาๆ ที่บริเวณท้อง รับรองว่าไม่นานก็จะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน เพราะการดื่มน้ำอุ่นเป็นแก้วแรกของวันในขณะที่ท้องกำลังว่างอยู่เป็นการลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายของเราให้ทำงานเป็นปกติอีกด้วย
3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้เราป่วยยาก
ทุกวันนี้อากาศในบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนบางทีอยู่ดีๆร่างกายก็แสดงอาการผิดปกติขึ้นมา เช่น ปวดหัว เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ว่าสุขภาพของเราเริ่มอ่อนแอลงแล้วนะ ควรดูแลตัวเองให้มากขึ้นอีกหน่อย และการดูแลตัวเองอย่างง่าย ไม่ให้อาการหวัดถามหาก็คือ การจิบน้ำอุ่นเป็นประจำทุกวัน เพราะน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายไม่สะสมเชื้อโรคไวรัสและแบคทีเรีย ที่สามารถนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ เพียงเท่านี้อาการป่วยก็ห่างไกลเราแล้ว
4. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
สาว ๆ คนไหนที่มักจะมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกไม่มีแรง และไม่อยากขยับตัวทำอะไร  เราขอแนะนำให้จิบน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น  เพราะน้ำอุ่นเป็นเหมือนยาแก้ปวดธรรมชาติที่จะช่วยคลายการบีบรัดของกล้ามเนื้อท้อง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนเป็นปกติอีกด้วย เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะไม่อ่อนเพลีย
5. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
การดื่มน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อย 2 แก้วต่อวันก็สามารถเพิ่มชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณของเราได้แล้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในเซลล์ผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้เรามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง เส้นผมเงางาม มีน้ำหนัก ไม่มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ เช่น รังแค ผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะแห้งลอกเป็นแผ่น เป็นต้น
6. ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การดื่มน้ำอุ่นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดอ่านของสมองเรา ส่วนหนึ่งเพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ดังนั้นหากรู้สึกว่าทำงานแล้วไอเดียไม่บรรเจิดเลย ขอแนะนำหยุดพักสักเล็กน้อย เดินไปหาน้ำอุ่นมาจิบสักแก้วหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น สมองไม่ล้า สามารถลุยกับงานยากๆต่อได้
7. ช่วยลดการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ
อาการเจ็บคอเกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียในบริเวณทางเดินหายใจ โดยที่บางครั้งจะมีอาการไอร่วมด้วย แต่เราสามารถลดการสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือจิบน้ำอุ่นให้ได้ทั้งวัน หรือใช้วิธีกลั้วคอด้วยน้ำอุ่นในตอนเช้าและก่อนนอนก็ได้
8. ช่วยให้การออกกำลังกายเห็นผลดียิ่งขึ้น
การออกกำลังกายในแต่ละวันของเราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว เราจิบน้ำอุ่นอย่างน้อย 1 แก้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดเพื่อลดการบาดเจ็บของข้อต่อ และกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เราไม่มีกล้ามเนื้อตึง หดเกร็ง หรือเป็นตะคริว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับระบบประสาทและสมองอีกด้วย เราจึงรู้สึกสดชื่น แจ่มใสมากขึ้น
เมื่อรู้ข้อดีของน้ำอุ่นกันแล้ว อย่าลืมหันมาดื่มน้ำอุ่นให้มากกว่าน้ำเย็นนะค่ะ ส่วนใครที่ไม่อยากดื่มแค่น้ำอุ่นธรรมดาก็สามารถเพิ่มเติมประโยชน์จากอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยาได้เช่นกันนะคะ เช่น เลมอน ขิง และน้ำผึ้ง เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะลืมไปเลยว่าเคยป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไรกัน