สุดต้าน! ไทย พ่าย ญี่ปุ่น 67-96 ศึก บาสเกตบอล ชิงแชมป์เอเชีย 2016

ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ ทีมชาติญี่ปุ่น 67-96 คะแนน (22-17, 39-43, 53-70 และ 67-96) ในศึก บาสเกตบอล ชิงแชมป์เอเชีย 2016 (FIBA
ASIA CHALLENGE 2016) รอบแบ่งกลุ่ม ณ ประเทศอิหร่าน

สุดต้าน! ไทย พ่าย ญี่ปุ่น 67-96 ศึก บาสเกตบอล ชิงแชมป์เอเชีย 2016

ควอเตอร์ 1 ทีมชาติไทยออกสตาร์เกมนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม ขึ้นนำญี่ปุ่นขาดลอย 11-1 ในช่วงปลายควอเตอร์ ญี่ปุ่น เริ่มเข้าทำวงในได้แม่นยำขึ้นไล่ตามมาเป็น 15-8 จบควอเตอร์แรก ทีมชาติไทยนำ 22-17 คะแนน

ควอเตอร์ 2 ญี่ปุ่นเริ่มด้วยการทำ 3 แต้มไล่มาเป็น 22-20 ก่อนขึ้นนำ 26-27 โดยเป็นการนำครั้งแรกของญี่ปุ่นในเกมนี้ ญี่ปุ่นเริ่มทำแต้มจากวงนอกและวงในได้อย่างแม่นยำขึ้น ทั้งสองทีมต่างผลัดกันทำแต้มขึ้นนำในช่วงกลางควอเตอร์ จบครึ่งแรก ไทยตามหลังญี่ปุ่น 39-43 คะแนน

ควอเตอร์ 3 ทีมชาติไทยเริ่มเข้าทำจากวงนอกบ้าง แต่ยังไม่มีความแม่นยำเท่าที่ควร ผิดกับญี่ปุ่นที่ทำ 3 แต้มได้อย่างแม่นยำ ญี่ปุ่นขยับหนีไทยเป็น 6 แต้มในช่วงกลางควอเตอร์ จบควอเตอร์ที่ 3 ไทยยังตามญี่ปุ่น 53-70 คะแนน

ควอเตอร์ 4 ทีมชาติไทยไม่สามารถรับมือการเข้าทำจากวงนอกของญี่ปุ่นได้เลย จบเกม ทีมชาติไทย พ่ายให้กับ ญี่ปุ่น 67-96 คะแนน (22-17, 39-43, 53-70 และ 67-96)

กีวี ชะลอวัย ทานแล้วไม่แก่

กีวี ชะลอวัย ทานแล้วไม่แก่

กีวี ได้ชื่อว่ารวมรสชาติของผลไม้ 3 ชนิด เข้าไว้ด้วยกัน ทั้ง พีช (peach) สตอว์เบอร์รี่ (strawberry) และเมลอน (melon) เมื่อผนวกกับ เนื้อที่นุ่ม ฉ่ำน้ำ จึงกลายเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคน

“กีวี เป็นผลไม้ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะมีสารแอนติออกซิแดนต์มากที่สุดชนิดหนึ่ง”

หนังสือ The 150 Healthiest Foods on Earth ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สารแอนติออกซิแดนต์ในผลกีวี ทั้งวิตามินซี วิตามินเอ และวิตามินอี ช่วยต้านมะเร็ง และปกป้องเซลล์จากการทำลายของฟรีแรดิคัล ซึ่งเป็นสาเหตุของความชราและโรคจากความเสื่อมคุณ อลิซาเบธ วอร์ด (Elizabeth Ward) นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และอดีตโฆษกของ สมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา (The American Dietetic Association) ขยายความว่า“กินกีวีสด 1 ผลใหญ่ จะได้รับวิตามินซีปริมาณสูง เพียงพอกับความต้องการของร่างกายใน 1 วัน นอกจากนี้ กีวี ยังเป็นแหล่งรวมของสารอาหารที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินอี โพแทสเซียม และใยอาหาร ต่างจากผลไม้ส่วนใหญ่ที่มีสารอาหารเหล่านี้ไม่ครบทุกชนิด”

ไม่มีเวลาก็ฟิตแอนด์เฟิร์มได้!

ไม่มีเวลาก็ฟิตแอนด์เฟิร์มได้!

การออกกำลังกายนับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายที่มักมีข้ออ้างเรื่องของเวลา “ตื่นไปทำงานแต่เช้า งานก็ยุ่ง กลับก็ดึก จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย” วันนี้เรามีท่าออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญพลังงานและเพิ่มกล้ามเนื้อ ที่สามารถทำได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นระหว่างดูทีวีอยู่กับบ้าน ระหว่างวันในที่ทำงาน หรือในช่วงวันหยุดผักผ่อนของเรา

เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ

เดิน  เป็นการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยบริหารกล้ามเนื้อขาให้กระชับสมส่วน มาเปลี่ยนจากการใช้ลิฟท์และบันไดเลื่อนเป็นการเดินขึ้นลงบันได และเลือกเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าแทนการพึ่งพี่วินมอเตอร์ไซค์ นอกจากจะได้สุขภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยประหยัดเงินได้อีกด้วย

วิดพื้น  หลายคนไม่ชอบเพราะทั้งยากทั้งเหนื่อย แต่หารู้ไม่ว่าคุณสามารถปรับท่าให้เหมาะกับกำลังของตัวเองได้ เช่น เริ่มจากการวิดพื้นแบบงอเข่า พอกำลังแขนเริ่มมา เเล้วจึงค่อยเหยียดขาตรง (หรือจะยืนวิดกับกำแพงที่ออฟฟิศก็ได้) ท่านี้จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณแขนและกระชับหน้าอกได้เป็นอย่างดี

ยกขา  ท่านี้ดูเหมือนง่ายแต่จริง ๆ ใช้พลังงานค่อนข้างมาก หาพื้นที่ว่าง ๆ นอนราบลงกับพื้นแล้วยกขาทั้งสองข้างให้ลอยขึ้น เริ่มแรกอาจใช้การงอขาเล็กน้อย จากนั้นค่อย ๆ เตะขาขึ้นลงสลับกัน ผลที่จะได้รับคือกล้ามท้องและก้นกระชับได้สัดส่วน

ยกสิ่งของเบา ๆ การบริหารกล้ามเนื้อแขนไม่ว่าจะเป็นไบเซ็ปส์หรือไตรเซ็ปส์ ก็ทำได้ง่าย ๆ โดยไม่จำเป็นต้องมีดัมเบล เพราะสามารถใช้อุปกรณ์อะไรก็ได้ในบ้าน อาจจะเริ่มจากการยกสิ่งของเบา ๆ อย่างผลไม้กระป๋อง แล้วค่อยเพิ่มน้ำหนักขึ้นไปเรื่อย ๆ เป็น ขวดน้ำ เหยือกนม 1 ลิตร หรือ 5 ลิตร เเละขวดน้ำยาซักผ้า เป็นต้นเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจ

วิ่งจ็อกกิ้ง  เป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพของหัวใจที่สุด คุณสามารถวิ่งเหยาะ ๆ ในบ้านขณะดูโทรทัศน์หรือฟังเพลง อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวที่จำเป็นก็คือรองเท้าผ้าใบดี ๆ สักคู่ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกและการบาดเจ็บบริเวณเท้า

กระโดดตบ  ท่ากายบริหารที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่เด็กนี้สามารถเรียกเหงื่อจากการที่หัวใจเต้นเร็วขึ้นได้เป็นอย่างดี การกระโดดตบต่อเนื่องกัน นอกจากจะสามารถเผาผลาญแคลอรีช่วยลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังทำให้กล้ามเนื้อน่องแข็งแรงอีกด้วย

ลองเลือกทำท่าใดท่าหนึ่งเพื่อการเพิ่มความแข็งแรงเฉพาะจุด หรือจะทำหลายท่าก็ยิ่งเป็นผลดีมากขึ้น โดยทำต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้รับรองว่ากล้ามเนื้อคุณจะเเข็งเเรงขึ้นเเละสุขภาพของคุณจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน

ส.ว่ายน้ำอัดฉีด”เงือกเบญ1แสน

“เงือกเบญ” เบญจพร ศรีพนมธร นักว่ายน้ำสาววัย 21 ปี ที่สามารถคว้าเหรียญทองในการแข่งขันว่ายน้ำมาราธอน ระยะ 5,000 ม.ในศึกเอเชียนบีชเกมส์ ครั้งที่ 5 ที่เมืองดานัง ประเทศเวียดนาม และยังเป็นเหรียญแรกของทัพนักกีฬาไทย โดยล่าสุดได้เดินทางถึงไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ พีจี 948  ท่ามกลางการต้อนรับจากครอบครัวอย่างอบอุ่น

ส.ว่ายน้ำอัดฉีด"เงือกเบญ1แสน

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ นายกสมาคมกีฬาว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ที่ได้เดินทางมาต้อนรับถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กล่าวว่า สมาคมกีฬาว่ายน้ำฯจะมอบเงินอัดฉีดเป็นจำนวน 1 แสนบาทอีกด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นเหรียญทองแรกและเหรียญทองประวัติศาสตร์ของสมาคมกีฬาว่ายน้ำในกีฬาเอเชียนบีชเกมส์

“สมาคมต้องให้เครดิตกับตัวนักกีฬาที่ฝึกซ้อมอย่างหนักจนสามารถคว้าเหรียญทองนี้มาได้ อีกทั้งสมาคมก็พร้อมที่จะสนับสนุนทีมว่ายน้ำของไทยในอีก 3 รายการที่เหลือในปีนี้คือ ชิงแชมป์เอเชีย, ซีเอจกรุ๊ป และ สระสั้น 25 ม.ชิงแชมป์โลก ส่วนซีเกมส์ครั้งที่ 29 ในปีหน้าทางสมาคมก็พร้อมสนับสนุนนักกีฬาด้วยเช่นกัน” นายรังสรรค์กล่าว

ด้าน “เงือกเบญ” เบญจพร ศรีพนมธร เจ้าของ 1 เหรียญทองว่ายน้ำมาราธอนเอเชียนบีชเกมส์ เปิดเผยว่า ต้องขอขอบคุณทั้งโค้ช อ.สาธิต หงส์ทอง, โคลิน บราวด์โค้ชชาวออสเตรเลีย และทุกคนที่ทำให้ตนประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกันก็จะเตรียมเก็บตัวต่อในศึกชิงแชมป์เอเชียที่ประเทศญี่ปุ่นในเดือนพฤศจิกายน ส่วนในซีเกมส์ตนอยากให้สมาคมสนับสนุนโดยเฉพาะทีมผลัดฟรีสไตล์ 4×200 ม.หญิงที่ตอนนี้เวลาของไทยดีกว่าสิงคโปร์อีกด้วย

คนแรกของโลก! “แม็คเกรเกอร์” ซิวแชมป์สองรุ่น UFC

คนแรกของโลก! "แม็คเกรเกอร์" ซิวแชมป์สองรุ่น UFC

การแข่งขัน UFC 205 ที่ เมดิสัน สแควร์ การ์เด้น, นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา คู่เอกของรายการ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ เจ้าของแชมป์โลก UFC รุ่นเฟเธอร์เวท ข้ามรุ่นท้าชิงแชมป์กับ เอ็ดดี้ อัลวาเรซ เจ้าของแชมป์รุ่นไลท์เวท

โดยเกมการแข่งขันเป็นไปอย่างสนุก ก่อนที่ คอเนอร์ แม็คเกรเกอร์ จะอาศัยกำปั้นอันทรงพลัง และเอาชนะได้ในยกสอง ด้วยการปล่อยหมัดชุดเข้าใส่ใบหน้าของ เอ็ดดี้ อัลวาเรซ จนร่วงไปกับพื้น ก่อนตามไปต่อยไม่ยั้ง ทำให้ผู้ตัดสินตัดสินใจยุติการชกในนาทีที่ 03.04 ของยกที่สองเท่านั้น

ทำให้ นักสู้วัย 28 ปี ผงาดคว้าเข็มขัดแชมป์โลก UFC รุ่นไลท์เวท มาครองได้าสำเร็จ พร้อมทั้งจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ว่าเป็น ยอดนักสู้คนแรกที่สามารถครองแชมป์โลก UFC ได้ถึงสองรุ่น

โดยเจ้าตัวเป็นแชมป์รุ่นเฟเธอร์เวท เมื่อเดือนธันวาคม ปี 2015 ถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะมาคว้าแชมป์รุ่นไลท์เวท ล่าสุด

นอกจากนี้ ทาง ศึก UFC ยังได้ประกาศว่า UFC 205 ในครั้งนี้ ทำสถิติยอดบัตรผ่านประตูสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยเก็บค่าบัตรผ่านประตูสูงที่สุดเป็นจำนวนเงินถึง 17,700,000 เหรียญสหรัฐฯ

ส.แบดโลกเปิดโหวตผู้เล่นยอดเยี่ยม รัชนก ติดโผ

 ส.แบดโลกเปิดโหวตผู้เล่นยอดเยี่ยม รัชนก ติดโผ

สหพันธ์แบดมินตันโลก เปิดโอกาสให้แฟนกีฬาขนไก่ทั่วโลก ร่วมโหวตรางวัล เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ อวอร์ด 2016 มีชื่อ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ เข้าชิงฝ่ายหญิง

สหพันธ์แบดมินตันโลก เปิดให้แฟนกีฬาตบลูกขนไก่ทั่วโลก โหวตรางวัลผู้เล่นทรงคุณค่าแห่งปี 2016 ทั้งชาย และหญิง รวมถึงเยาวชน

โดยประเภทหญิงมีชื่อของ น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ นักตบลูกขนไก่สาวไทย มือ 2 ของโลก เข้าชิงรางวัลด้วย หลังจากปีนี้คว้า 1 แชมป์ กรังปรีซ์ โกลด์ 2 แชมป์ซูเปอร์ซีรีส์ และ 1 แชมป์ซูเปอร์ซีรีส์พรีเมียร์ รวม 4 รายการ และเป็นคนแรกของโลก ที่คว้าแชมป์ระดับซูเปอร์ซีรีส์ 3 รายการติดต่อในเดือนเดียวกัน

ซึ่งตอนนี้ น้องเมย์ กำลังรักษาอาการบาดเจ็บเอ็นหัวเข่าซ้าย จนถอนตัว 2 ศึกซูเปอร์ซีรีส์ ที่ยุโรป ขณะที่คู่แข่งในการโหวตครั้งนี้ของ รัชนก ยังมี คาโลริน่า มาริน มือ 1 ของโลกชาวสเปน และ โนโซมิ โอกุฮาระ มือ 3 ของโลกจากญี่ปุ่น

ส่วนประเภทชาย มีชื่อของ เฉิน หลง มือ 2 ของโลก และแชมป์โอลิมปิกเกมส์ จากจีน, ลี ชอง เหว่ย มือ 1 ของโลกจากมาเลเซีย และ วิคเตอร์ อะเซลเซ่น มือ 5 ของโลก จากเดนมาร์ก

ชนะแต้มเอกฉันท์! “ปาเกียว” ผงาดทวงแชมป์โลกสำเร็จ

 ชนะแต้มเอกฉันท์! "ปาเกียว" ผงาดทวงแชมป์โลกสำเร็จ

การแข่งขัน มวยสากล ชิงแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตขององค์กรมวยโลก (WBO)  ที่เดอะโธมัส แอนด์ แม็ค เซนเตอร์ ในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา เมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษจิกายน ที่ผ่านมา

แมนนี่ ปาเกียว นักชกเจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก 8 เส้นชาวฟิลิปปินส์ ตัดสินใจคืนสังเวียนอีกครั้ง ในวัย 37 ปี พบกับ เจสซี่ วาร์กาส เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตขององค์กรมวยโลก

เริ่มการชกในยกแรก ปาเกียว เดินบุกเข้าหาทันที ก่อนออกหมัดซ้ายเพื่อก่อกวน ขณะที่ วาร์กาส ก็รอดักด้วยหมัดขวา แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าเป้ากัน

ยก 2 ปาเกียว ทิ้งซ้ายเข้าหน้า เจสซี่ วาร์กาส อย่างจัง ส่งลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าให้กรรมการนับถึง 8 ก่อนกลับมาสู้กันใหม่

ช่วงยก 4-7 รูปเกมยังเหมือนเดิม แมนนี่ ปาเกียว เป็นฝ่ายเดินบดเข้าใส่ ขณะที่ วาร์กาส ดักปล่อยหมัดขวาเล่นงานเป็นระยะ

ยก 8 ปาเกียว เดินต่อยซ้ายได้สวยๆ แต่กลางยกมาพลาดโดนหมัดขวา เจสซี่ วาร์กาส เข้าอย่างจัง ทำให้ถึงกับหยุดไปดื้อๆ แต่พอฟื้นตัวก็มาไล่ต่อยคืนได้สวยๆหลายหมัด

ยก 9 ทั้งคู่ออกมาเดินแลกหมัดกันเหมือนเดิมในช่วงต้นยก ก่อนที่กลางยก เจสซี่ วาร์กาส จะถอยออกมาเล่นวงนอก ดักแย็ปสวยๆได้หลายครั้ง

ยก 10 ปาเกียว ดูเร่งเครื่องมากขึ้น เมื่อเป็นฝ่ายเดินเร็วไล่กดดันอย่างต่อเนื่อง เล่นเอา วาร์กาส ออกอาการเหนื่อยอย่างเห็นได้ชัด

ยก 11 “เดอะ แพ็คแมน” โชว์สเต็ป ออกหมัดหนึ่งสองได้สวยๆ แต่กลางยก เจสซี่ วาร์กาส เล่นเอาแฟนๆในสนามถึงกับครางฮือ เมื่อปล่อยฮุกซ้ายเข้าปลายคาง ปาเกียว อย่างจัง

ยกสุดท้าย แมนนี่ ปาเกียว มาเน้นรัดกุม เดินออกหมัดน้อยลงแต่เข้าเป้าจังๆหลายครั้ง ทำเอา เจสซี่ วาร์กาส ดูอ่อนลงไปอย่างเห็นได้ชัด

ครบ 12 ยก ผู้ตัดสินประกาศให้ “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว เป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้แบบเอกฉันท์ (114-113, 118-109 และ 118-109) คว้าเข็มขัดแชมป์โลกรุ่นเวลเตอร์เวตขององค์กรมวยโลก (WBO) มาครองได้สำเร็จ

นับเป็นการเพิ่มสถิติของ นักชกตากาล็อก เป็นชนะ 59 แพ้ 6 และ เสมอ 2 ขณะที่ เจสซี่ วาร์กาส แพ้เป็นครั้งที่ 2 ในชีวิต หลังจากชนะมา 27 ครั้ง (ชนะน็อค 10 ครั้ง)

นทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาว

จังหวัดเชียงใหม่เริ่มเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวแล้ว อุณหภูมิลดลงเฉลี่ย 1-4 องศาฯ ขณะที่บริเวณยอดดอยอินทนนท์และดอยอ่างขาง นทท.เริ่มแห่ขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวกันอย่างคึกคักนทท.แห่ขึ้นดอยสัมผัสอากาศหนาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ในช่วงเช้าที่ผ่านมาพบว่า อุณหภูมิได้ลดลง โดยในวันนี้บริเวณตัวเมืองเชียงใหม่วัดได้ 22.1 องศาเซลเซียส ลดจากเมื่อช่วงวานที่ผ่านมา (1 พ.ย.) เฉลี่ย 24 องศาเซลเซียส ขณะที่บริเวณยอดดอยอ่างขาง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พบว่าอุณหภูมิต่ำสุดเช้านี้เฉลี่ย 16.2 องศาเซลเซียสโดยจากข้อมูลของศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ เปิดเผยว่า บริเวณพื้นที่ภาคเหนือ ในช่วงวันที่วันที่ 1-4 พ.ย.59 นี้ จะมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค และอุณหภูมิจะลดลงราว 1-4 องศาเซลเซียส โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 19-22 องศาเซลเซียสบนพื้นราบ และตามยอดดอยจะเฉลี่ยที่ 8-15 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส และขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือและพื้นที่ใกล้เคียงดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงฉับพลันในระยะนี้ด้วยนอกจากนี้ยังพบว่า บริเวณสันเขื่อนแม่กวง อุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ได้มีประชาชนทยอยนำจักรยานออกมาปั่นในตอนเช้า เพื่อรับลมหนาว และชมทะเลหมอกเช่นเดียวกันด้านนายพรเทพ เจริญสืบสกุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 วันมานี้ อุณหภูมิลดลงต่อเนื่อง ในวันนี้นั้นยอดดอยอินทนนท์อุณหภูมิวัดได้ 8 องศาเซลเซียสเท่านั้น และมีนักท่องเที่ยวทยอยขึ้นมาตลอดทั้งวัน เฉลี่ยวันละ 1.900 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะมาเพื่อสัมผัสบรรยากาศ บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปานอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเป็นวันแรกในวันที่ 1 พ.ย.2559 หลังจากปิดการให้บริการในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้ พบว่ามีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเยี่ยมชมความดงงามของธรรมชาติกันอย่างคึกคัก โดยบางส่วนได้ตั้งแต่ก่อนเวลาเปิดทำการเสียด้วยซ้ำ ท่ามกลางสภาพอากาศที่หนาวเย็น และสัมผัสได้ถึงเมฆหมอกหนาทึบ ทำให้บริเวณจุดชมวิวที่เป็นไฮไลท์ ไม่สามารถมองเห็นทัศนียภาพ หรือ ทะเลหมอก แต่ส่วนใหญ่ก็ยังคงประทับใจกับอุณหภูมิและความบริสุทธิ์ของอากาศกันอยู่

ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น

ประโยชน์ของการดื่มน้ำอุ่น

การดื่มน้ำสะอาดเป็นการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างหนึ่ง เพราะน้ำมีประโยชน์และความจำเป็นต่อร่างกายและสามารถช่วยฟื้นฟูสุขภาพได้อีกด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำอุ่น ซึ่งการดื่มน้ำอุ่นเป็นเรื่องที่หลายๆคนอาจไม่ค่อยชอบเท่าไรนัก เพราะเวลาดื่มจะมีความรู้สึกเหมือนไม่ได้น้ำ หรือบางครั้งเวลาเหนื่อยๆเช่นโหมงานหนัก , ออกกำลังกายมา คนส่วนมากมักจะเลือกดื่มน้ำเย็น เพราะเวลาดื่มแล้วจะรู้สึกสดชื่น
แต่ทราบมั้ยว่าการดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเปล่าธรรมดาที่อยู่ในอุณหภูมิห้องที่มีความร้อนเหมาะสม จะเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนเลือดไปหล่อเลี้ยงตามเซลล์ต่างๆในร่างกาย ส่งผลให้ระบบการทำงานของอวัยวะต่างๆเป็นปกติ เราจึงแข็งแรงไม่เจ็บป่วยง่าย
ดื่มน้ำอุ่นทุกวันร่างกายได้ประโยชน์หลากหลายดังนี้
1. ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย
น้ำอุ่นช่วยดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกายที่ไหลเวียนอยู่ตามอวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น ปอด ตับ ไต และลำไส้ โดยที่น้ำอุ่นจะช่วยขับถ่ายของเสียเหล่านั้นออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ ขี้มูก ขี้ตา และเหงื่อไคล เป็นต้น ร่างกายของเราก็จะสะอาดจากภายใน ซึ่งเราสามารถเช็กได้ง่ายๆ ก็คือการที่ร่างกายไม่มีกลิ่นตัวตามข้อพับ ไม่มีกลิ่นปาก มีแววตาสดใส เป็นต้น
2. ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย
ใครที่เป็นคนธาตุหนัก ท้องผูก ขับถ่ายยาก ขอแนะนำว่าในตอนเช้าหลังตื่นนอน อย่าเพิ่งล้างหน้าแปรงฟัน ให้ดื่มน้ำอุ่น 1แก้ว แล้วนวดวนตามเข็มนาฬิกาเบาๆ ที่บริเวณท้อง รับรองว่าไม่นานก็จะรู้สึกปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำแน่นอน เพราะการดื่มน้ำอุ่นเป็นแก้วแรกของวันในขณะที่ท้องกำลังว่างอยู่เป็นการลดแก๊สในกระเพาะอาหาร และยังช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายของเราให้ทำงานเป็นปกติอีกด้วย
3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานโรค ทำให้เราป่วยยาก
ทุกวันนี้อากาศในบ้านเราเดี๋ยวร้อน เดี๋ยวหนาวจนร่างกายปรับตัวไม่ทัน จนบางทีอยู่ดีๆร่างกายก็แสดงอาการผิดปกติขึ้นมา เช่น ปวดหัว เจ็บคอ มีน้ำมูก คัดจมูก ไอ เป็นต้น ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ว่าสุขภาพของเราเริ่มอ่อนแอลงแล้วนะ ควรดูแลตัวเองให้มากขึ้นอีกหน่อย และการดูแลตัวเองอย่างง่าย ไม่ให้อาการหวัดถามหาก็คือ การจิบน้ำอุ่นเป็นประจำทุกวัน เพราะน้ำอุ่นช่วยให้ร่างกายไม่สะสมเชื้อโรคไวรัสและแบคทีเรีย ที่สามารถนำไปสู่อาการเจ็บป่วยต่าง ๆ ได้ เพียงเท่านี้อาการป่วยก็ห่างไกลเราแล้ว
4. ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน
สาว ๆ คนไหนที่มักจะมีอาการปวดประจำเดือนบ่อยครั้ง ทำให้รู้สึกไม่มีแรง และไม่อยากขยับตัวทำอะไร  เราขอแนะนำให้จิบน้ำอุ่นแทนน้ำเย็น  เพราะน้ำอุ่นเป็นเหมือนยาแก้ปวดธรรมชาติที่จะช่วยคลายการบีบรัดของกล้ามเนื้อท้อง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เลือดลมไหลเวียนเป็นปกติอีกด้วย เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะไม่อ่อนเพลีย
5. ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
การดื่มน้ำอุ่นให้ได้อย่างน้อย 2 แก้วต่อวันก็สามารถเพิ่มชุ่มชื้นให้กับผิวพรรณของเราได้แล้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในเซลล์ผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย ส่งผลให้เรามีผิวพรรณที่เปล่งปลั่ง เส้นผมเงางาม มีน้ำหนัก ไม่มีปัญหาเรื่องหนังศีรษะ เช่น รังแค ผมร่วง ผมบาง และหนังศีรษะแห้งลอกเป็นแผ่น เป็นต้น
6. ช่วยให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การดื่มน้ำอุ่นเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคิดอ่านของสมองเรา ส่วนหนึ่งเพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ดังนั้นหากรู้สึกว่าทำงานแล้วไอเดียไม่บรรเจิดเลย ขอแนะนำหยุดพักสักเล็กน้อย เดินไปหาน้ำอุ่นมาจิบสักแก้วหนึ่ง เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าขึ้น สมองไม่ล้า สามารถลุยกับงานยากๆต่อได้
7. ช่วยลดการติดเชื้อบริเวณทางเดินหายใจ
อาการเจ็บคอเกิดจากการที่ร่างกายติดเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรียในบริเวณทางเดินหายใจ โดยที่บางครั้งจะมีอาการไอร่วมด้วย แต่เราสามารถลดการสะสมเชื้อโรคเหล่านี้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ คือจิบน้ำอุ่นให้ได้ทั้งวัน หรือใช้วิธีกลั้วคอด้วยน้ำอุ่นในตอนเช้าและก่อนนอนก็ได้
8. ช่วยให้การออกกำลังกายเห็นผลดียิ่งขึ้น
การออกกำลังกายในแต่ละวันของเราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากหลังออกกำลังกายเสร็จแล้ว เราจิบน้ำอุ่นอย่างน้อย 1 แก้ว เพราะน้ำอุ่นช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดเพื่อลดการบาดเจ็บของข้อต่อ และกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างกาย ทำให้เราไม่มีกล้ามเนื้อตึง หดเกร็ง หรือเป็นตะคริว อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับระบบประสาทและสมองอีกด้วย เราจึงรู้สึกสดชื่น แจ่มใสมากขึ้น
เมื่อรู้ข้อดีของน้ำอุ่นกันแล้ว อย่าลืมหันมาดื่มน้ำอุ่นให้มากกว่าน้ำเย็นนะค่ะ ส่วนใครที่ไม่อยากดื่มแค่น้ำอุ่นธรรมดาก็สามารถเพิ่มเติมประโยชน์จากอาหารที่มีคุณสมบัติเป็นยาได้เช่นกันนะคะ เช่น เลมอน ขิง และน้ำผึ้ง เพียงเท่านี้ร่างกายเราก็จะลืมไปเลยว่าเคยป่วยครั้งสุดท้ายเมื่อไรกัน