ข่มกันชัดเจน! แมนฯ ยูไนเต็ด จ่อเซ็นสปอนเซอร์แขนเสื้อ ดีลแพงกว่า แมนฯ ซิตี้ 4 เท่า

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โชว์พลานุภาพในการหาเงินเข้าสู่สโมสรอีกครั้ง เมื่อมีข่าวว่าเตรียมเซ็นสัญญากับสปอนเซอร์ติดแขนเสื้อในฤดูกาลหน้า ด้วยดีลแพงกว่าที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาถึง 4 เท่า

ตามรายงานข่าวอ้างว่าทีมปีศาจแดงกำลังเปิดให้สปอนเซอร์เจ้าต่างๆ จากทั้งอเมริกา, จีน และหลายแห่งในแถบเอเชีย ยื่นข้อเสนอเข้ามา โดยคาดกันว่ามูลค่าของดีลในครั้งนี้อยู่ที่ราว 20 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล มากกว่าที่ แมนฯ ซิตี้ เซ็นสัญญากับ เน็กเซ็น ที่ 5 ล้านปอนด์ต่อฤดูกาล ถึง 4 เท่าเลยทีเดียว

สำหรับการติดโลโก้สปอนเซอร์ที่แขนเสื้อแข่งนั้น ทาง พรีเมียร์ ลีก เพิ่งจะอนุญาตให้เริ่มทำได้ในฤดูกาลหน้าเป็นครั้งแรก ซึ่งสโมสรที่เปิดตัวเซ็นสัญญาไปแล้วก็คือทีมเรือใบสีฟ้า

“อิเหนา” เล็งหั่น “ตะกร้อ” พ้นเอเชี่ยนเกมส์

จูซุฟ คัลลา ประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ของอินโดนีเซีย ที่จะแข่งขันในปี 2018 เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะหารือกับสภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย(โอซีเอ) เพื่อลดจำนวนชนิดกีฬาในการแข่งขันลงจากเดิม 42 ชนิดกีฬา เนื่องจาก อิหม่าม นาฮราวี่ รัฐมนตรีกีฬาได้มีคำแนะนำในเรื่องนี้ เพื่อลดงบประมาณในการจัดการแข่งขันลง โดยพิจารณาจากโอกาสที่อินโดนีเซียจะได้เหรียญรางวัลหรือไม่เป็นหลัก แต่ยังไม่ได้กำหนดว่าจะลดลงไปกี่ชนิด อาจจะอยู่ที่ 36-38 ชนิดกีฬา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้รัฐมนตรีกีฬาได้มีแนวคิดที่จะตัดรักบี้ฟุตบอล, แฮนด์บอล แล้ว รวมทั้งอาจจะตัดเซปักตะกร้อ, คริกเก็ต, กาบัดดี้, สควอช ออกจากเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ด้วย แต่กีฬาที่มีในโอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่ผ่านมาจะจัดทุกชนิดแน่นอน
ในขณะที่ อัคหมัด โซเอ็ตจิปโต้ ประธานคณะทำงานเพื่อเหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์ กล่าวว่า เจ้าภาพตั้งเป้าคว้า 20 เหรียญทองในเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ให้ได้ และต้องเป็นอันดับ 5-10 ในตารางเหรียญ เป็นเบอร์ 1 ของอาเซียน

ทั้งนี้ ตะกร้อไทยคว้าเหรียญทองในเอเชี่ยนเกมส์มาโดยตลอด จากการชิงชัยในเอเชี่ยนเกมส์ 7 ครั้งที่ผ่านมา รวมทั้งสิ้น 33 เหรียญทอง ไทยคว้าไปทั้งสิ้น 22 เหรียญทอง พม่า 5 ทอง มาเลเซีย 3 ทอง อินโดนีเซียทำได้ดีที่สุด 8 ทองแดง และในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 17 ที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2014 ตะกร้อไทยกวาดมาทั้งสิ้น 4 ทอง จาก 6 รายการ เนื่องจากอีก 2 รายการไทยไม่สามารถส่งแข่งขันได้จากการกำหนดโควต้าให้แต่ละชาติแข่งส่งได้เพียง 4 ประเภท

เตรียมคุมช้างศึก?”โซลา”ลาออกกุนซือเบอร์มิงแฮมเซ่นผลงานแย่

จานฟรังโก โซลา ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมเบอร์มิงแฮม ซิตี หลังความพ่ายแพ้ต่อเบอร์ตัน อัลเบียน 2-0 ในเกมแชมเปียนชิพ เมื่อคืนวันที่ 17 เม.ย. ที่ผ่านมา
อดีตนักเตะทีมชาติอิตาลี เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเข้ามาคุมทีมแทน แกรี โรเว็ตต์ เมื่อเดือน ธ.ค. ที่แล้ว พาทีมชนะแค่ 2 นัด และเก็บได้แค่ 13 คะแนนจากการคุมทีมลงสนาม 24 เกม และทำให้ทีมมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นแค่ 3 แต้มเท่านั้นในเวลานี้

ส่งผลให้ล่าสุด โซลา ได้ขอประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเป็นการรับผิดชอบผลงาน ท่ามกลางกระแสข่าวลือว่าเจ้าตัวเตรียมจะมาสมัครเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งกุนซือฟุตบอลทีมชาติไทยคนใหม่ อาจเดินทางมาพูดคุยกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งมีข่าวว่าในระหว่างวันที่ 18-19 เม.ย.นี้ จะมีกุนซือชาวต่างชาติ 1 ราย และตัวแทนอีก 1 ราย เตรียมเช้ามาพูดคุย

ขณะเดียวกันทัพ “มวยโลก” ได้แต่งตั้งให้ แฮร์รี เรดแนปป์ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นการกลับมารับงานแบบฟูลไทม์ครั้งแรกของเรดแนปป์นับตั้งแต่แยกทางกับ คิวพีอาร์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2015 แม้ก่อนหน้านี้เขาเคยรับจ็อบคุมทีมชาติจอร์แดนแต่ก็คุมทีมได้เพียง 2 เกม

เอฟเวอร์ตันตั้งค่าตัว “ลูกากู” 100ล้านป.

เอฟเวอร์ตัน สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตั้งค่าตัว โรเมลู ลูกากู หัวหอกคนสำคัญไว้สูงถึง 100 ล้านปอนด์ (ประมาณ 4,500 ล้านบาท)
ก่อนหน้านี้ กองหน้าวัย 23 ปี เคยตกเป็นข่าวได้รับความสนใจจาก เชลซี เมื่อปี 2016 แต่ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ก็ไม่ได้รับข้อเสนอสำหรับนักเตะที่พวกเขาตั้งค่าตัวไว้ 70 ล้านปอนด์ (ราว 3,150 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ลูกากู ประกาศชัดเจนว่าเขาต้องการเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก และปฏิเสธที่จะต่อสัญญาฉบับใหม่กับต้นสังกัดที่จะหมดลงในปี 2019

ล่าสุด “เดอะ มิร์เรอร์” สื่อชื่อดังของอังกฤษ ระบุว่า เอฟเวอร์ตัน ได้ตั้งค่าตัว ลูกากู ไว้สูงถึง 100 ล้านปอนด์ หลังจากที่นักเตะทำผลงานได้ร้อนแรงยิงไป 24 ประตู และนำเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ซึ่งจากการตั้งค่าตัวดังกล่าว ถือเป็นการกันท่าทุกทีมที่หวังฉวยโอกาสเพื่อเดินหน้าคว้าตัวเขาไปร่วมทีม

ใช่เลย! “3 ประเด็น” หลังเกม “ปีศาจแดง” เปิดโรงละครอัดจ่าฝูง “สิงห์บลูส์” 2-0

1. จ่าฝูงเตรียมเจอความกดดัน

การพ่ายแพ้คาบ้านต่อ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ผ่านมา เสียหายอย่างยิ่ง หลังก่อนหน้านี้ลูกทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ชิลล์มานานหลายเดือน และแทบไม่เจอความกดดันอะไรใดๆเลย เพราะไม่กี่สัปดาห์ก่อนพวกเขาทิ้งคู่แข่งห่างถึง 10 แต้ม

ในตอนนี้พวกเขาเตรียมเผชิญกับความกดดัน ช่องว่างระหว่าง เชลซี กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ห่างกันเพียงแค่ 4 คะแนนเท่านั้น ในขณะที่ทั้งคู่เหลือโปรแกรมลงเตะอีก 6 นัด
และนี่คือแมตช์ที่เหลือของทั้งสองทีม

โปรแกรม 6 นัดที่เหลือในลีกของ เชลซี ประกอบไปด้วย

25/04/17 : เหย้า เซาธ์แฮมป์ตัน
30/04/17 : เยือน เอฟเวอร์ตัน
08/05/17 : เหย้า มิดเดิ้ลสโบรช์
12/05/17 : เยือน เวสต์บรอม
15/05/17 : เหย้า วัตฟอร์ด
21/05/17 : เหย้า ซันเดอร์แลนด์

โปรแกรม 6 นัดที่เหลือในลีกของ สเปอร์ส ประกอบไปด้วย

26/04/17 : เยือน คริสตัล พาเลซ
30/04/17 : เหย้า อาร์เซนอล
05/05/17 : เยือน เวสต์แฮม
14/05/17 : เหย้า แมนฯ ยูไนเต็ด
18/05/17 : เยือน เลสเตอร์
21/05/17 : เยือน ฮัลล์ ซิตี
สำหรับเวทีพรีเมียร์ลีก ทุกคนย่อมรู้ดีว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

2. วันของ เอร์เรร่า

อันเดร์ เอร์เรร่า ผู้ซึ่งคว้า แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ไปครอง เขาเล่นบอลอย่างมีระเบียบวินัย และเป็นไปตามแท็คติกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ วางไว้

เขาจัดการ เอแด็น อาซาร์ สตาร์ของเชลซี ได้อยู่หมัดในชนิดที่ว่า เธอไปไหน-ฉันไปด้วย

เขาทำ 1 แอสซิสต์ ด้วยการจ่ายบอลงามๆให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำประตูแรก

เขาทำได้ 1 ประตู ซึ่งเป็นประตูแรกในรอบ 7 เดือนให้กับแมนฯ ยูไนเต็ด ในซีซั่นนี้

มันเป็นเหตุผลง่ายๆ ที่ว่าทำไมถึงเป็นวันของเขา

3. มู มั่นในแท็คติก

”มันเป็นแผนเดียวกับตอนที่เรามีผู้เล่น 11 คนในเกมเอฟเอ คัพ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์” โชเซ่ มูรินโญ่ กล่าวหลังเกมกับ แมตช์ ออฟ เดอะ เดย์ ของ บีบีซี

มูรินโญ่ วางแผนใช้กองหลัง 3 ตัว แม้ว่าผังจากถ่ายทอดสดจะบอกว่าใช้ระบบ 4-4-2 ก็ตาม แต่เอาเข้าจริง การยืนตำแหน่ง 11 ตัวจริงของนักเตะปีศาจแดง เหมือนจะเล่น 3-5-2

โดยแผงหลัง 3 ตัวประกอบไปด้วย : เอริก ไบยี่ – มาร์กอส โรโฮ – มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน

กองกลาง 5 คน คือ : อันโตนิโอ วาเลนเซีย – อันเดร์ เอร์เรร่า – มารูยาน เฟลไลนี่ – ปอล ป็อกบา – แอชลี่ย์ ยัง

แดนหน้า 2 ตัว เป็น : มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด
ในเกมเอฟเอ คัพ กับ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เมื่อเดือน มีนาคม ที่ผ่านมา โชเซ่ มูรินโญ่ ใช้ระบบปราการหลัง 3 ตัวเช่นกัน และรูปเกมก็สู้กับสิงห์บลูส์ ได้อย่างสูสี เป็นการต่อสู้กันด้วยแท็คติก อย่างไรก็ตาม แผนนั้นต้องชะงักลง เมื่อ อันเดร์ เอร์เรร่า โดนไล่ออกในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก

เข้าใจว่า มูรินโญ่ ยังคงเชื่อมั่นในแท็คติกเดิมของตัวเองที่เคยใช้กับ เชลซี ในเดือนที่เเล้ว จึงตัดสินใจใช้มันอีกครั้งในหนนี้ และก็สัมฤทธิ์ผลตามที่เขาต้องการ

นักเตะปีศาจแดงทุกคนเล่นได้ตามแผนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ วางไว้กับระบบ ”แมน-ทู-แมน” โดยให้ อันเดร์ เอร์เรร่า ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ เหมือนในเกมเอฟเอ คัพ เช่นเดียวกับ ปอล ป็อกบา ที่ปิด เอ็นโกโล่ ก็องเต้

นึกภาพ หากวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เหลือผู้เล่น 10 คน เกมจะออกมาในรูปแบบไหน?

และจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือ แท็คติกที่ มูรินโญ่ ใช้ในเกมกับ เชลซี นัดล่าสุด เขาจะนำมาใช้ในแมตช์ใหญ่ ๆ ที่เหลือซีซั่นนี้ กับ ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซนอล หรือไม่?

“ดราม่ามิลานดาร์บี้”

ศึกมิลานดาร์บี้ ภาคภาษาจีน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เปิดตัวได้สุดมันอลังการงานสร้างทีเดียวครับ หลังประลองกำลังกันไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

อาจจะไม่ใช่ดาร์บี้ที่ตื่นตาตื่นใจ เนื่องเปิดศึกกันตอนฟ้าแจ้งจางปาง ไม่ได้มีสีสันแบบค่ำคืน และแสงแฟลชแสงไฟแบบมิลานดาร์บี้ที่แฟนๆคุ้นตา ส่วนหนึ่งก็เพื่อที่จะเอาเซเรีย อา แพ็คใส่ห่อขายตะวันออกไกลอย่างเมืองจีน ที่ตอนนี้เป็นเจ้าของสองสโมสรมิลานอย่างเป็นทางการทั้งคู่ หลังการเทกโอเวอร์มิลานของทุนจีนเสร็จเรียบร้อยเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน

แต่ก็ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จอย่างงดงามครับ นอกจากจะเป็นเกมที่สร้างประวัติศาสตร์เป็นดาร์บี้แมตช์เมืองมิลานที่เก็บค่าตั๋วได้มากที่สุด นั่นคือได้ไป 4.2 ล้านยูโร เป็นครั้งแรกที่ทะลุแรงต้านที่ 4 ล้านยูโรไปเรียบร้อย จากการที่แฟนบอลสองทีมเข้ามาเต็มความจุ รวมแล้วกว่า 78,000 คน
ยังเป็นดาร์บี้ที่มีความสนุกตื่นเต้น โดยเฉพาะช่วงท้ายที่มิลานพยายามกลับสู่เกม และมาได้ประตูตีเสมอในการเล่นครั้งสุดท้ายจากการยิงของคริสเตียน ซาปาต้า

จบเกมแล้วสองทีมเสมอกันไป 2-2 ไม่มีฝ่ายไหนเพลี่ยงพล้ำ แต่ความรู้สึกอินเตอร์ เหมือนเป็นผู้แพ้ยังไงยังงั้น เนื่องจากสถานการณ์ได้เปรียบเยอะตอนขึ้นนำ 2-0 และเข้าสู่ช่วง 10 นาทีสุดท้ายแล้วก็ยังนำ 2 ลูก

อินเตอร์ (56 คะแนน) มาเจอมิลานโชว์วิทยายุทธ์แบบพิสดารแบบนี้ เสียหายหนักเลยครับ เนื่องจากว่าอันดับของพวกเขายังคงอยู่ที่ 7 ไม่สามารถแซงมิลาน (58 คะแนน) ที่อยู่อันดับ 6 ได้

ดูจากเส้นทางที่เหลือแล้วก็ปรากฎว่า อินเตอร์เจอเกมที่หนักกว่ามิลานมากทีเดียว เนื่องจากมีทั้งฟิออเรนติน่า และนาโปลี ที่รออยู่ ขณะที่มิลานเจอกับทีมอย่างเอ็มโปลี และโครโตเน่
รายงานของ Gazzetta dello Sport บอกว่าถึงตอนนี้อันดับ 6 ในเซเรีย อา อาจจะไม่ได้การันตีตำแหน่งของสเตฟาโน่ ปิโอลี่ และว่าต้องอันดับ 5 เท่านั้น เขาถึงจะได้ทำทีมงูใหญ่ต่อ แต่ดูสภาพการณ์แล้วคงยาก ที่จะได้อันดับ 5 และไปยูโรป้า ลีก แบบไม่ต้องเล่นรอบคัดเลือก

ช่วงหลังนี่อินเตอร์อยู่ๆก็กลับไปเสียรูปเสียเหลี่ยมเอาดื้อๆ การเสมอมิลานคราวนี้ก็ทำให้พวกเขาได้แค่ 2 แต้มใน 4 เกมหลัง

นักเตะอินเตอร์สภาพจิตใจดูไม่เหี้ยมหาญเหมือนช่วงที่ทำฟอร์มชนะได้อย่างต่อเนื่อง ปิโอลี่เวลานั้นเหมือนจะเป็นตัวยาที่เข้ามารักษาอาการป่วยของทีมงูใหญ่ได้ ทว่าสถานการณ์เวลานี้ ปิโอลี่กำลังถูกวิจารณ์ว่า ทำอินเตอร์ดีขึ้นก็จริง ทำให้พวกเขาเล่นดูเป็นทรงขึ้น แต่ไม่วายโดนติงว่า ทำดีแล้วแต่ดีไม่สุด

‘เชลซี’ บุกดวลเดือด ‘ผีแดง’ บิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก

“สิงห์บลู” เชลซี จ่าฝูง เตรียมจัดชุดเก่ง นำโดยเอเดน อาซาร์ด,ดีเอโก คอสตา และเปโดร โรดริเกซ เป็นสามประสานแดนหน้า ในการบุกไปเยือน “ปิศาจแดง” แมนฯยู ที่สนามโอลด์แทรฟเฟิร์ด ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ใหญ่บิ๊กแมตช์คืนนี้ (อาทิตย์ 16 เม.ย.) แถมเกมนี้เชลซีอยู่ในสภาพที่สดกว่า เนื่องจากไม่มีคิวแข่งเมื่อช่วงกลางสัปดาห์เลยได้พักมาเต็มๆ ผิดกับ “ผีแดง” ที่เพิ่งกรำศึกบุกไปเจ๊าอันเดอร์เลชท์ 1-1 ในเกมยูโรปาลีกเมื่อคืนวันพฤหัสฯ ทำให้ได้พักเพียงแค่สามวันเท่านั้น ทว่านัดนี้ แมนฯยูจะส่ง ป็อกบาปั้นเกมรุกร่วมกับมคิตายาน โดยมีซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนหน้าเป้า เริ่มเตะ 4 ทุ่มตรง ยิงสดทางพีพีทีวีและทรูบีอิน สปอร์ต
ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2016-17 คืนนี้ (อาทิตย์ที่ 16 เม.ย.) มีเตะรวม 2 คู่ โดยคู่เอกประจำโปรแกรมเป็นศึกนรกแตกระหว่าง “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 5 จะเปิดรังโอลด์แทรฟเฟิร์ด รับมือ “สิงห์บลู” เชลซี ทีมจ่าฝูง เริ่มเตะเวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสดให้ชมทางพีพีทีวี (ช่อง 36) และทรูบีอิน สปอร์ต 1 (676)

“ผีแดง” แมนฯยู ภายใต้การคุมทัพของโจเซ มูรินโญ กุนซือฝีปากกล้าชาวโปรตุกีส เพิ่งผ่านการกรำศึกหนักจากเกมยูโรปา ลีก รอบก่อนรองชนะเลิศ นัดแรก ที่บุกไปเสมอกับอันเดอร์เลชท์ ที่เบลเยียม 1-1 เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา ทำให้ทีมของมูรินโญ มีเวลาพักแค่สามวันเท่านั้น ก็ต้องมาลงเตะเกมบิ๊กแมตช์กับเชลซี

อย่างไรก็ตาม แมตช์นี้ คาดว่ามูรินโญซึ่งจะนำทีมปิศาจแดงลงบู๊กับทีมเก่าของเขาอย่างเชลซี จะยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน เวย์น รูนีย์ กองหน้ากัปตันทีม ที่เจ็บข้อเท้า แต่ถ้ารูนีย์ฟิตเต็มถังก็คงเป็นได้แค่ตัวสำรองอยู่ดี ขณะที่ดาวิด เด เคอา นายทวารจอมหนึบชาวสเปน น่าจะคัมแบ็กกลับมาเฝ้าเสาเป็นตัวจริง หลังจากที่เขาถูกดร็อปจากทีมในนัดที่แล้ว ส่วนแนวรุกจะใช้ปอล ป็อกบา ปั้นเกมรุกร่วมกับเฮนริก มคิตาร์ยาน, เจสซี ลินการ์ด และมาร์คัส แรชฟอร์ด โดยมีซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนเป็นศูนย์หน้าตัวเป้า คอยล่าตาข่าย

ในขณะที่ “สิงห์บลู” เชลซี ทีมจ่าฝูงของอันโตนิโอ คอนเต ยอดกุนซือชาวอิตาเลียน ไม่มีคิวแข่งช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงได้พักมาเต็มๆ ทำให้มีสภาพทีมที่สดกว่า สำหรับเกมนี้ คาดว่า กุนซือคอนเตจะจัดชุดเก่งลงบู๊ครบ มีติโบต์ กูร์กตัวส์ ยืนเฝ้าเสา แนวรับ 3 คนประกอบด้วย แกรี เคฮิลล์, ดาวิด ลุยซ์ และเซซาร์ อัซปิลิกวยตา แดนกลางใช้เอ็นโกโล ก็องเต เล่นคู่กับเชส ฟาเบรกัส พร้อมด้วยวิคเตอร์ โมเสส กับมาร์กอส อลอนโซ ทำเกมทางริมเส้น ส่วนสามประสานแนวรุกยังคงเป็น เอเด็น อาซาร์, ดีเอโก คอสตา และเปโดร โรดริเกซ เหมือนเดิม

เทียบฟอร์มกันแล้ว “ผีแดง” เป็นรองเชลซีในเรื่องสภาพความสดอย่างเห็นได้ชัด แต่การได้เล่นในบ้านจึงน่าจะทำให้แมนฯยูเล่นด้วยความฮึกเหิม ส่วนเชลซีน่าจะเน้นเกมโต้กลับเร็ว โดยมี อาซาร์กับคอสตาเป็นตัวทีเด็ดในการปิดสกอร์ เกมนี้เชื่อว่าสิงห์บลูไม่น่าแพ้ อย่างน้อยก็น่าจะบุกมาแบ่งแต้มกับผีแดงได้แบบสนุก

สำหรับคู่แรก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 3 จะเดินทางบุกไปเยือน “เดอะ แบ็กกี้ส์” เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ทีมอันดับ 8 ที่สนามเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ เริ่มเตะ 19.30 น. ถ่ายทอดสดทางทรูบีอิน สปอร์ต 1 และพีพีทีวี โดยเกมนี้ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือลิเวอร์พูล จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ซาดิโอ มาเน กองหน้าตัวจิ๊ด ที่บาดเจ็บ ทำให้จะส่งดิว็อก โอริกี ลงมาประสานงานในแนวรุกร่วมกับฟิลิปเป คูตินโญ และโรแบร์โต ฟีร์มิโน ขณะที่อดัม ลัลลานา มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ น่าจะผ่านความฟิตลงเล่นได้ ส่วนเจ้าบ้านเวสต์บรอมวิชจะส่งนาเซอร์ ชาดลี กับซาโลมอน รอนดอน เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก

ภาพประกอบข่าวสายดริงค์สลด! วันไหลบางแสนตร.ห้ามดื่มเหล้าเบียร์บนรถ เจอเททิ้งลูกเดียว
Taboola แนะนำโดย มากขึ้นสำหรับคุณ

‘เช็คสเปียร์’ เสียดาย! จิ้งจอกสยามนำก่อน 2 ตุง แต่ได้แค่เจ๊าพาเลซ

เคร็ก เช็คสเปียร์ กุนซือฝีมือดีของเลสเตอร์ ซิตี้ ระบุ ผิดหวังพอสมควรกับการที่ทีมทำได้แค่บุกมาเสมอ คริสตัล พาเลซ 2-2 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 2 ประตู….
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 15 เม.ย. ว่า เคร็ก เช็คสเปียร์ ผู้จัดการทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ระบุ ผิดหวังพอสมควรกับการที่ทีมทำได้แค่บุกมาเสมอ “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ 2-2 ทั้งที่ออกนำไปก่อนถึง 2 ประตู ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมนี้ เลสเตอร์ ซิตี้ นำไปก่อน 2-0 จาก โรเบิร์ต ฮุธ และ เจมี วาร์ดี แต่สุดท้ายโดน คริสตัล พาเลซ ยิงคืน 2 ประตูรวด เสมอกันไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละแต้ม

“มันน่าผิดหวังเล็กน้อยนะ เพราะเราขึ้นนำก่อน พอเรายิงประตูที่ 2 อีกแค่ 2 นาทีต่อมา พวกเขาก็มาได้ประตูแรก ถ้าเราจัดการกับเกมได้ดีกว่านี้และรักษาประตูขึ้นนำให้นานกว่านี้ ผมคิดว่าเราอาจถึงชนะได้เลย เราไม่ได้ทำผิดพลาด แต่พวกเขาทำให้เราเจอปัญหาในการรับมือกับลูกกลางอากาศ เราจำเป็นต้องรักษาโมเมนตัมของเราไว้ เพราะนั่นคือทั้งทั้งหมดที่เกี่ยวกับความเชื่อมั่น เราต้องการคะแนนมากกว่านี้ เพราะสำหรับฟุตบอลแล้วเราไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกทีมสามารถพุ่งขึ้นมาได้ อย่างที่เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว” เช็คสเปียร์ กล่าว

‘ราเยวัช’ โผล่ตัวเต็งกุนซือช้างศึกคนใหม่ เอเย่นต์เผยทำการบ้านมาดี

โผล่อีกหนึ่งตัวเต็งคั่วตำแหน่งเฮดโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่ สำหรับ “มิโลวาน ราเยวัช” อดีตกุนซือทีมชาติกานา ชุดฟุตบอลโลก 2010 ชาวเซอร์เบีย ที่เตรียมเดินทางมาเจรจากับทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยด้วยตัวเอง ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ ซึ่งเจ้าตัวเตรียมทำการบ้านของทีมช้างศึกมาเป็นอย่างดี ขณะที่ “ซุปเปอร์มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ออกโรงการันตีความยอดเยี่ยมของอดีตนายเก่าที่เขาเคยร่วมงานด้วยสมัยค้าแข้งกับสโมสรวอยโวดินาในยุโรป
ความคืบหน้าของการสรรหาโค้ชทีมชาติไทยคนใหม่ ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทนกุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ไขก๊อกลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบกับความพ่ายแพ้ของทีมชาติไทยในศึกคัดเลือกฟุตบอลโลก โซนเอเชีย ซึ่งที่ผ่านมาปรากฏข่าวคราวของโค้ชดังระดับโลกหลายคนสนใจที่จะเข้ามารับงานคุมทีมช้างศึก

โดยล่าสุดทางเอเย่นต์ชาวเซอร์เบีย เดยัน วูคาดิโนวิช ได้คอนเฟิร์มว่า อดีตกุนซือทีมชาติกานา ชุดเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ “มิโลวาน ราเยวัช” เตรียมที่จะเดินทางมาเจรจาเพื่อคุมทีมชาติไทยในวันจันทร์ที่ 17 เม.ย.นี้ โดยกุนซือชาวเซอร์เบียจะเข้าพูดคุยกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ หลังเสนอตัวเป็นแคนดิเดตในการนั่งกุนซือคนใหม่ของทีมชาติไทย

ก่อนหน้านี้ วินฟรีด เชเฟอร์ อดีตกุนซือช้างศึกชาวเยอรมัน และเรเน มูเลนสตีน อดีตมือขวาของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้สมัคร 2 คนแรกที่ได้เข้าเสนอแผนงานต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รวมถึงฝ่ายบริหารของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯแล้วอย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตอบรับออกมา

ขณะที่กุนซือชาวเซอร์เบีย ซึ่งคุมทีมชาติแอลจีเรียล่าสุดเมื่อปี 2016 ก็ประกาศชัดเจนก่อนหน้านี้ว่า เขาพร้อมจะรับงานที่ไทย รวมถึงเกาหลีใต้ แต่ทัพโสมขาวยังคงไว้ใจอูลี สตีลีเก ทำให้เขาตัดสินใจจะเดินทางมาเมืองไทยในวันจันทร์นี้ โดย ราเยวัช วัย 63 ปี เคยนำทัพ “ดาวดำ” ทีมชาติกานา ผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกไปจนถึงสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้ารอบลึกที่สุดในเวิลด์คัพครั้งนั้นด้วยการเป็น 8 ทีมสุดท้าย ก่อนพ่ายจุดโทษให้กับทีมชาติอุรุกวัย ที่สำคัญเขายังมีประสบการณ์ทำงานในเอเชียกับสโมสร อัล อาห์ลี และทีมชาติกาตาร์ด้วย

นอกจากนี้ วูคาดิโนวิช เอเย่นต์ชาวเซอร์เบีย ยังได้เผยภาพของมิโลวาน ราเยวัช กำลังศึกษารายละเอียดผู้เล่นทีมชาติไทยแบบรายบุคคลก่อนที่จะเดินทางมาเพื่อพูดคุยกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้

“ราเยวัช ให้เราเตรียมข้อมูลนักเตะทีมชาติไทยแต่ละคนให้เขาเพื่อให้รู้ถึงพื้นฐานของทีมชาติไทยในเบื้องต้น ตั้งแต่ตอนเสนอตัวเข้ารับงานนี้ แม้ว่าการเจรจาจะยังไม่บรรลุข้อตกลงแต่เขาตื่นเต้นและมุ่งมั่นกับงานนี้มากๆ” เดยันกล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าว

ส่วนทางด้าน “ซุปเปอร์มาริโอ” มาริโอ ยูรอฟสกี กองกลางดาวเตะทีมชาติมาซิโดเนียของ “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด รองแชมป์เก่าไทยลีก ฤดูกาลที่แล้ว ก็ได้ทวีตข้อความเชิงสนับสนุน มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบีย ในการขึ้นมาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนของทีมชาติไทยคนใหม่ หลังเจ้าตัวเตรียมเดินทางมาพูดคุยกับสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยวันจันทร์นี้ โดยอดีตกุนซือทีมชาติกานาชุดเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 เคยร่วมงานกับยูรอฟสกี สมัยคุมทีมวอยโวดินา ช่วงปี 2007 และแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ดาวเตะแข้งเทพก็กล่าวชื่นชมนายเก่าของเขาคนนี้

“มิโลวาน ราเยวัช โค้ชเก่าของผมเป็นหนึ่งในผู้สมัครโค้ชทีมชาติไทย เขาเป็นโค้ชที่เก่งและยอดเยี่ยม” ดาวเตะซุปเปอร์สตาร์ของแบงค็อก โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวการันตีความสามารถของนายเก่าชาวเซอร์เบียผู้นี้

ปิดทองหลังพระ! ESPN ชูความหนึบ “กวินทร์” จ่อพากิเลนเข้ารอบน็อกเอาท์

“ESPN” สื่อชื่อดังระดับโลกรายงานความยอดเยี่ยมของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูมือหนึ่งเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด หลังเสียไปเพียง 1 ประตูในการแข่งฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก

มือกาววัย 27 ปี โชว์ฟอร์มเหนียวในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2017 รอบแบ่งกลุ่ม หลังแข่งขันไป 4 นัดเสียไปเพียงประตูเดียว ทำให้ล่าสุด ESPN ได้ออกมาแสดงความชื่นชมนายด่านกิเลนผยอง หลังเกมที่เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เปิดบ้านเอาชนะ อุลซาน ฮุนได 1-0 เมื่อวันที่ 12 เมษายนที่ผ่านมา

โดยสื่อยักษ์ใหญ่ให้เครดิต “เจ้าตอง” ว่ามีส่วนสำคัญช่วยให้แผงหลังเล่นด้วยความมั่นใจ มีปฏิกิริยาที่ว่องไว และสื่อสารกับ นาโออากิ อาโอยามะ และเซลิโอ ซานโตส ได้อย่างลงตัว มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมจ่อเข้ารอบน็อกเอาท์ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

ทั้งนี้ “ESPN” ยังได้ชื่นชม ชาง ซีเปียง นายด่านของ เจียงซู ซูหนิง จ่าฝูงของกลุ่มเอช ที่ตีตั๋วเข้ารอบไปแล้ว เป็นอีกหนึ่งรายที่เสียเพียง 1 ประตู จากการแข่งขันใน 4 นัดที่ผ่านมาเช่นกัน