โต้ข้าวแกง90บ.ไม่แพง ปลาสีเสียดชิ้นเดียวก็50แล้ว

กรณีหนุ่มโพสต์สงสัย ระบุอ้างว่า ข้าวแกงกล่องละ90บาท ให้แบงค์ร้อยไปทอนมา10บาท แม่ค้าบอก90บาท….ถูกหรือแพงครับ โดยภาพที่ปรากฏนั้นมีข้าวเปล่าและกับข้าว 2 อย่างอยู่ภายในกล่องโฟม เหมือนกับข้าวราดแกงทั่วไป ทั้งนี้ผู้โพสต์ยังระบุพิกัดที่ตั้งของร้านดังกล่าวว่า บ้านคลองกัด ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ภายหลังจึงมีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่คิดเห็นตรงกันว่าปริมาณอาหารกับราคาขายไม่สมเหตุสมผลสักเท่าไหร่

ล่าสุดเกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 17 เม.ย. พ.ต.ท.ถาวร รามวงค์ สวป.สภ.ดอนสัก และร.ต.ท.สามารถ แพละออง รองสวป.สภ.ดอนสัก ร่วมกับสายตรวจปากแพรก ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังได้รับเรื่องร้องเรียน จากการตรวจสอบพบว่า ร้านดังกล่าวชื่อร้านครัวคุณปู่ ตั้งอยู่เลขที่ 26/13 ม.16 ต.ปากแพรก อ.ดอนสัก จ.สุาษฎร์ธานี ติดถนนสาย 401 นครศรีฯ-สุราษฎร์ฯ โดยมีนายสหกรณ์ เสมา เป็นเจ้าของร้าน โดยรับว่าภรรยาของตนนั้นเป็นผู้ตักข้าวแกงกล่องดังกล่าวจริง ซึ่งมีผู้ชายอายุประมาณ 30 ปี แวะเข้ามาสั่งข้าว 1 กล่อง

โดยสั่งกับเป็นผัดเผ็ดหมูป่าราดข้าว ปกติทางร้านจำหน่ายราคา 40 บาท และได้เพิ่มปลาสีเสียดแดดเดียวอีก 1 ชิ้น จำหน่ายในราคาชิ้นละ 50 บาท ซึ่งเป็นราคาที่จำหน่ายปกติในทุกวัน เนื่องจากปลาชนิดนี้มีราคาสูงในท้องตลาด รวมกับข้าว 2 อย่าง ราคากล่องละ 90 บาท จริง อย่างไรก็ตามทางร้านมีป้ายแสดงเมนูราคาอาหารไว้ชัดเจน.

นายแบบหนุ่มร้องอ้าง ตร.เมาสาดน้ำแข็งอัดหน้าชา

จากกรณีโลกออนไลน์เกิดกระแสการแชร์โพสต์จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก@Chanon Saetang ระบุตำรวจเมาแล้วกร่างเอาถังน้ำแข็งมาสาดอัดหน้าผม พร้อมอ้างเรื่องราวการถูกนายตำรวจรายหนึ่งซึ่งเป็นแฟนใหม่ของแฟนเก่านำน้ำแข็งใส่ถังมาสาดใส่หน้าในระยะประชิด ทั้งยังกร่างใส่ว่าเป็นตำรวจ จนเรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 เม.ย. นายชานนท์ แซ่ตั้ง อายุ 28 ปี อาชีพนายแบบ และเจ้าของโพสต์ดังกล่าวได้ให้สัมภาษณ์กับ เดลินิวส์ออนไลน์ ว่า เมื่อเวลา 00.30 วันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนกำลังทำงานในงานสงกรานต์ของสถานบังเทิงแห่งหนึ่งใน จ.สระบุรีอยู่นั้น จู่ ๆ มีชายคนหนึ่งซึ่งตนไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่มาทราบชื่อภายหลังว่า จ.ส.ต.บอย (นามสมมุติ) ซึ่งมีอาการมึนเมา เดินอ้อมมาจากด้านหลังเพื่อนตนแล้วนำน้ำแข็งซึ่งอยู่ในถังมาสาดใส่หน้าตนในระยะประชิด จากนั้นจึงเดินกลับไปยังโต๊ะตัวเองพร้อมตะโกนด่าตนไปด้วย ซึ่งที่โต๊ะดังกล่าวนั้นตนเพิ่งทราบว่าแฟนเก่าของตนยืนอยู่ด้วย หลังจากนั้นเพื่อน ๆ หรือผู้ใหญ่ในร้านพยายามเข้าไปสอบถามว่าทำไปเพราะเหตุใด กลับถูกผลักอกทั้งยังถามว่ามองหน้าทำไม ตนเองเป็นตำรวจไม่เกรงกลัวคนอื่น ๆ
หลังจากเกิดเรื่องขึ้น มีเพียงหญิงสาวแฟนเก่าตน ซึ่งเป็นแฟนของ จ.ส.ต.บอยในปัจจุบัน ส่งข้อความมาคุยทางไลน์ และโทรหาขอให้ตนจบเรื่อง แต่ก็ไม่สามารถตอบได้ว่า ตำรวจคนดังกล่าวทำไปเพราะเหตุใด นอกจากนี้ทางร้านยังแจ้งตนว่าได้มีคนมีสีมาขอให้อย่างเพิ่งเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อีกทั้ง จ.ส.ต.บอยยังพยายามกล่าวอ้างว่าตนสร้างเรื่อง และหากเป็นคดีความขึ้นมาจริงก็พร้อมบอกว่าไม่ได้ทำอะไรตน เป็นเพียงแค่การสาดน้ำในวันสงกรานต์เท่านั้น คล้ายคิดหาทางหนีทีไล่มาก่อนแล้ว ทั้งที่ในเหตุกาณ์ดังกล่าวมีคนในร้านที่เห็นเหตุการณ์สามารถเป็นพยานให้ตนมากมาย

ตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่ามา 5 ปีผมก็ไม่เคยแอบติดต่อใด ๆ เพราะตอนนี้ผมก็มีแฟนที่คบกันมา 3 ปีแล้ว แค่ก่อนวันเกิดเหตุฝ่ายหญิงเขาทักผมมาว่าจะไปทำงานที่สระบุรีหรอ? ผมก็ตอบว่าอืม แค่นั้นเองเพราะไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดจนมาเกิดเรื่องขึ้น ก่อนหน้านี้ชีวิตผมเคยเจอแต่ตำรวจดี ๆ มาตลอด ตำรวจที่ไม่ดีผมก็เห็นว่ามีแค่ในโซเชียลเท่านั้น จนมาเกิดเรื่องนีขึ้น ซึ่งแค่เพียงขอโทษกันเรื่องก็จบ แต่เขากลับใช้อาชีพของตัวเองมาบิดเบือนข้อเท็จจริง และรังแกคนอื่น ก็ยิ่งทำภาพลักษณ์ของตำรวจที่ประชาชนทั่วไปมอง ยิ่งเสื่อมเสียมากขึ้นไปอีก นายแบบหนุ่มถูกตำรวจสาดน้ำแข็งใส่กล่าวทิ้งท้าย..

สายดริงค์สลด! วันไหลบางแสนตร.ห้ามดื่มเหล้าเบียร์บนรถ เจอเททิ้งลูกเดียว

บรรยากาศเทศกาลวันไหลบางแสน จ.ชลบุรี มีประชาชนนำรถยนต์นานาชนิดเข้ามาร่วมเล่นน้ำ ส่งผลให้การจราจรบนถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้ามุ่งหน้าพัทยา ติดขัดอย่างมากเป็นระยะทางกว่า 12 กิโลเมตร โดยหัวแถวอยู่หน้าห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลพลาซ่า ส่วนหัวแถวอยู่สามแยกถนนลงหาดบางแสน
โดย พ.ต.อ.พิสิษฐ โปรยรุ่งโรจน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รับผิดชอบงานด้านจราจร พร้อมกำลังได้ตั้งจุดตรวจความเรียบร้อยบนถนนสุขุมวิท ก่อนถึงสามแยกถนนลงหาดบางแสน และเรียกตรวจสอบรถยนต์ที่มีคนนั่งขอบกระบะท้ายรถ ว่ากล่าวตักเตือนคนขับ ห้ามผู้โดยสารนั่งขอบกระบะท้ายเป็นอันขาด เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

นอกจากนี้ หากพบผู้โดยสารที่นั่งท้ายกระบะมีการนำสุราและเบียร์มาดื่ม จะนำมาทิ้งให้หมด พร้อมทั้งตักเตือนห้ามซื้อสุราและเบียร์ดื่มในรถอีก เพราะหากตำรวจตรวจเจออีก คนขับรถจะต้องถูกปรับอย่างน้อย 3,000 บาท
พ.ต.อ.พิสิษฐ กล่าวอีกว่า นอกจากวันนี้จะเป็นงานวันไหลบางแสนแล้ว พื้นที่ จ.ชลบุรี ยังมีอีกหลายแห่ง อาทิ วันไหลพัทยา และงานสงกรานต์ อ.สัตหีบ อีก ขอฝากถึงคนขับรถกระบะ อย่าให้ผู้โดยสารนั่งขอบท้ายรถกระบะ รวมทั้งห้ามนำสิ่งของมึนเมามาดื่มเพราะผิดกฎหมาย อาจจะต้องถูกจับกุมดำเนินคดี เสียค่าปรับ เพราะเจ้าหน้าที่เข้มงวดกวดขันอย่างเข้มข้นในปีนี้

จราจรเหนือ-อีสาน เข้ากรุง รถแน่น ถนนมิตรภาพ ติดขัดสะพานต่างระดับสีคิ้ว

จ.นครสวรรค์ หลังหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ผู้คนต่างเดินทางกลับไปทำงานมุ่งหน้าเข้า กทม. โดยพบว่ามีปริมาณรถเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะถนนพหลโยธินหมายเลข 1 ตั้งแต่สามแยกอุทยานสวรรค์ บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์ ไปจนถึงแยกค่ายจิรประวัตินครสวรรค์ การจราจรค่อนข้างหนาแน่น แต่รถยังคงเคลื่อนตัวได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรนครสวรรค์ ได้เปิดช่องทางการจราจรพิเศษอีก 1 ช่องทาง บริเวณสะพานเดชาติวงศ์ พร้อมเปิดสัญญาณไฟเขียวเป็นเวลานานๆ เพื่อไม่ให้รถติดขัดสะสมในตัวเมืองนครสวรรค์

ส่วนจุดที่มีปัญหาการจราจรมากที่สุด เป็นทางเชื่อมต่อระหว่างถนนเลี่ยงเมืองหมายเลข 122 กับถนนพหลโยธินหมายเลข 1 บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 331 โดยมีปริมาณรถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า ท้ายแถวสะสมเป็นทางยาว ทั้งยังมีปริมาณรถที่เดินทางมาจากทางภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงนครสวรรค์ ต้องรองรับการจราจรโดยการเปิดช่องทางการจราจรพิเศษในช่องทางของขาฝั่งขึ้นอีก 1 ช่องทาง ตั้งแต่หลักกิโลเมตรที่ 332-321 เป็นระยะทาง 11 กิโลเมตร พร้อมกับปิดจุดกลับรถและจุดทางแยกต่างๆ ตามเส้นทางดังกล่าว เพื่อเร่งระบายรถให้เดินทางเข้าสู่ กทม.ได้สะดวกยิ่งขึ้น

เปิดช่องทางพิเศษ ระบายจราจรถนนมิตรภาพ

ขณะที่เส้นทางจราจรมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บนถนนมิตรภาพ เส้นทางบายพาส จ.นครราชสีมา พบว่ามีปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะแยกบ้านโพธิ์-บ้านหนองกระดังงา-บ้านจอหอ ระยะทาง 3 กม. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเปิดช่องทางพิเศษ ต่อเนื่องไปยังหน้าปั๊ม ปตท. อาทิตย์ไฮเวย์ ถนนพายพาส–สะพานต่างระดับเชื่อมต่อแยกระหว่างถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ กับ ถนนสาย 304 มุ่งหน้าไปยัง อ.กบินทร์บุรี ปริมาณรถมากติดขัดและชะลอตัวเล็กน้อย จนมุ่งหน้าไปยังสะพานต่างระดับสีคิ้ว ตั้งแต่ทางลงเนินตำบลลาดบัวขาวต่อเนื่องไปยังพื้นที่ตำบลหนองสาหร่าย ปริมาณรถสะสมติดขัดทอดยาวสลับกับหยุดนิ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงต้องเปิดช่องทางพิเศษระยะทาง 21 กม.

สำหรับภาพรวมวันสุดท้ายบนถนนมิตรภาพ และถนนสาย 304 ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา การจราจรยังสามารถไปได้ด้วยดี ส่วนใหญ่คล่องตัว แม้ยังจะไม่มีการเปิดช่องทางพิเศษใน 2 จุด แต่ก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด คาดว่าในช่วงเย็นจะเข้าสู่ภาวะปกติ
วนที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครราชสีมาแห่งที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมาจนถึงช่วงบ่าย ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากหอบกระเป๋าสัมภาระและแบกข้าวของพะรุงพะรังเดินทางไปซื้อตั๋วขึ้นรถโดยสาร เพื่อเดินทางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ในภาคกลางและภาคตะวันออกกันจนแน่นขนัดเต็มพื้นที่ชานชาลา โดยทางขนส่งจังหวัดนครราชสีมาได้สั่งเพิ่มเที่ยวรถโดยสารสายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ เป็น 400 เที่ยวต่อวัน และเสริมรถโดยสารไม่ประจำทางอีก 100 คัน ให้บริการเดินรถตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระบายผู้โดยสารออกจาสถานีขนส่ง
ขณะที่มีหลายบริษัทรถโดยสารสายนครราชสีมา-กรุงเทพฯ ได้ติดป้ายประกาศหยุดจำหน่ายตั๋วรถโดยสารชั่วคราวเป็นระยะ เช่น บริษัทแอร์โคราชพัฒนา เปิดขายตั๋วในเวลา 12.00 น. เพราะต้องรอรถโดยสารที่วิ่งไปส่งคนที่กรุงเทพฯ ตีรถกลับมารับผู้โดยสารที่ บขส.นครราชสีมา และประสบกับปัญหาสภาพการจราจรติดขัดบนถนนมิตรภาพ ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องนั่งรอขึ้นรถโดยสารเป็นระยะเวลานาน 2 ชั่วโมง แต่ทางสถานีขนส่งฯ ยืนยันว่าจะสามารถระบายผู้โดยสารที่เหลือสุดท้ายประมาณกว่า 20,000 คนได้หมด โดยไม่มีผู้โดยสารตกค้างที่ บขส.อย่างแน่นอน และไม่เกิน 23.00 น. ซึ่งจะเข้าสู่ภาวะปกติ.

“สหรัฐฯถล่มแน่ ถ้าโสมแดงทดสอบนิวเคลียร์”


เว็บไซต์สถานีข่าวอันดับ 1 ของเมืองไทย “เชื่อว่า เกาหลีเหนือกำลังเตรียมทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 หลังพบความเคลื่อนไหวที่สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ ปังกเย-รี ขณะที่สหรัฐฯ มีเรือพิฆาต 2 ลำ ที่มีขีดความสามารถในการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์ค และหนึ่งในจำนวนนี้ อยู่ห่างจากสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ 480 กิโลเมตร

แต่แผนการโจมตีต้องได้รับการอนุญาตจากรัฐบาลเกาหลีใต้ก่อน เพราะการเคลื่อนไหวใดๆ อาจกลายเป็นเป็นยั่วยุให้เกาหลีเหนือโจมตีได้เช่นกันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศว่า ปัญหาเกาหลีเหนือจะต้องได้รับการดูแลและยังทวี้ตข้อความ ย้ำความเชื่อมั่นต่อจีน พันธมิตรหนึ่งเดียวที่เหลืออยู่ของเกาหลีเหนือว่า จะจัดการกับเกาหลีเหนือได้อย่างเหมาะสม แต่ถ้าทำไม่ได้ สหรัฐฯและพันธมิตรก็จะจัดการเอง การทวี้ตของทรัมป์ เกิดขึ้นวันเดียวกับที่สหรัฐฯ ทิ้งระเบิดขนาดยักษ์ จีบียู-43/บี (GBU-43/B) หรือที่เรียกกันว่า “มารดาแห่งระเบิด” หนัก 10.3 ตัน และมีรัศมีการทำลาย 1.6 กิโลเมตร ถล่มเครือข่ายในอุโมงค์ใต้ดินและถ้ำที่เป็นแหล่งกบดานของกลุ่มไอเอสในอัฟกานิสถานการถล่มเครือข่ายอุโมงค์ของไอเอสในอัฟกานิสถาน ถูกมองว่า เป็นการส่งสารไปยังเกาหลีเหนือ

หลังมีรายงานว่า เกาหลีเหนือได้เตรียมการทดสอบนิวเคลียร์ในอุโมงค์ ที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงเช้าวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ทรัมป์ย้ำหลายครั้งว่า เขาจะขัดขวางไม่ให้เกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ ที่สามารถติดหัวรบขีปนาวุธที่มีพิสัยยิงไกลถึงแผ่นดินสหรัฐฯ เขายังขอให้คณะที่ปรึกษาเสนอทางเลือกในการรับมือกับเกาหลีเหนือ และยังเตือนผ่านประธานาธิบดีสี จิ้่นผิง ของจีนด้วยว่า สหรัฐฯไม่ได้มีแค่เรือบรรทุกเครื่องบิน แต่ยังมีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ด้วย

“พายุฤดูร้อนถล่มพิจิตร เสาไฟฟ้าแรงสูงหัก 62 ต้น

640_ca856hf8dabkb9bkajiac

เว็บไซต์สถานีข่าวอันดับ 1 ของเมืองไทย “ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเกิดเหตุพายุฤดูร้อนเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมาพัดสร้างความเสียหายในพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองพะยอม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร เป็นเหตุให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นจำนวน 62 ต้น ล้มขวางเส้นทางถนนสาย 113 ตะพานหินทับคล้อ ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 70 -76

ส่งผลกระทบการเดินทางของประชาชน เนื่องจากรถสามารถสัญจรได้เพียงช่องทางเดียวนอกจากนี้เสาไฟฟ้าแรงสูงยังหักล้มทับบ้านเรือนประชาชนจำนวน 3 หลังคาเรือน และรถยนต์ซึ่งกำลังสัญจรอีก1คัน ขณะที่เจ้าหน้าที่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อ.ตะพานหิน และเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจากอำเภอข้างเคียง เร่งแก้ไขด้วยการตัดสายไฟจากเสาไฟที่หักล้มเพื่อเคลื่อนย้ายเสาไฟที่กีีดขวางทางจราจร รวมไปถึงปล่อยสัญญาณไฟฟ้าในพื้นที่ซึ่งสามารถจ่ายไฟได้ ส่วนบ้านเรือนในพื้นที่ซึ่งเสาไฟฟ้าหักโค่นจำเป็นต้องอยู่ในความมืดจนกว่าจะแก้ไข

ปัญหาได้ ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายไฟให้ประชาชนภายในคืนนี้นางสายฝน จิ๋วสกุล ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลหนองพะยอม อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร ซึ่งประสบเหตุกล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ลมพายุก่อตัวพร้อมกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก โดยลมพายุได้พัดในลักษณะหมุนเป็นลูก พัดเอาเสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นเป็นทางยาวหลายสิบต้น เสียงของเสาไฟฟ้าหักโค่นดังสนั่น โดยลมพายุได้พัดเอาเสาไฟฟ้าแรงสูงที่อยู่หน้าบ้านของตนเองหักโค่นทับร้านค้าซึ่งเป็นร้านจำหน่ายน้ำแข็งพังเสียหายทั้งหลังสำหรับพื้นที่อำเภอตะพานหินเป็นอำเภอที่ได้รับผลกระทบจากพายุฤดูร้อนบ่อยครั้ง โดยเมื่อปี 2558 ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดเสาไฟฟ้าแรงสูงจำนวน 39 ต้น หักโค่นบริเวณใกล้เคียงกันกับที่เกิดเหตุในครั้งนี้ และเมื่อเดือนตุลาคม 2559 ได้เกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ 3 ตำบลของอำเภอตะพานหินเสียหายกว่า 800 หลังคาเรือน ” อ่านต่อที่:

ผ่าตัดเสริมหน้าอกไม่เกี่ยวเกิด “มะเร็งเต้านม”


ศัลยแพทย์ตกแต่ง ย้ำ ผ่าตัดเสริมเต้านม ไม่เกี่ยวข้องเกิด “มะเร็งเต้านม” แต่พบข้อมูลจาก อย. สหรัฐฯ สำรวจคนเสริมเต้านม 5 – 10 ล้านคน พบเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองรอบเต้านมเทียม เพียง 200 กว่าคน ไม่มั่นใจสัมพันธ์หรือไม่ ให้ศัลยแพทย์ทั่วโลกช่วยเก็บข้อมูล
นพ.วิษณุ โล่ห์สิริวัฒน์ ศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสร้าง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงการศัลยกรรมเสริมเต้านมทำให้เกิดโรคมะเร็งจริงหรือไม่ ในงานเสวนา “สุดยอดนวัตกรรมด้านศัลยกรรมตกแต่ง จริงหรือลวง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย” เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ปัจจุบันมีข้อสรุปแล้วว่าการศัลยกรรมเสริมเต้านม ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งเต้านมตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น เพราะพบว่าผู้ที่มีการเสริมเต้านมกับผู้ที่ไม่ได้ทำ มีอัตราการเกิดมะเร็งเต้านมไม่ได้ต่างกันเลย อย่างไรก็ตาม ก่อนศัลยกดรรมเสริมเต้านมไม่ใช่ว่าจะทำได้เลย แต่ผู้เชี่ยวชาญต้องมีการตรวจประเมินเต้านมผู้มารับบริการก่อนว่า “เต้านม” มีความผิดปกติหรือไม่ มีโรคอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ หากพบความผิดปกติต้องทำการรักษาโรคเดิมก่อน โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านมมาก่อน โดยทั่วไปแนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์ หรือแมมโมแกรมดูพื้นฐานของหน้าอก
“บางคนบอกว่าหน้าอกไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หรือบางคนปัญหาอาจเกิดจากกระดูกไม่เท่ากัน หรือบางคนมีภาวะกระดูกสันหลังคดโดยไม่รู้ โดยทั่วไปผู้หญิงอายุเกิน 40 ปี แนะนำให้ตรวจอัลตราซาวนด์ หรือแมมโมแกรม เพื่อดูพื้นฐานหน้าอกว่ามีอะไรหรือไม่ เวลาไปศัลยกรรมอย่าวิ่งไปคลินิกแล้วบอกว่า จะเอาเท่านั้นเท่านี้ซีซี แต่ควรปรึกษาว่าหน้าอกเป็นอย่างนี้ต้องทำอย่างไร บางคนอาจจะเหมาะกับแค่การยกกระชับก็ได้ ดังนั้น การผ่าตัดไม่ใช่การใส่อะไรก็ได้ แต่ตรวจโรค ตรวจขนาด ทรง และเลือกโมเดล” นพ.วิษณุ กล่าวด้าน รศ.นพ.อภิชัย อังสพัทธ์ หัวหน้าหน่วยศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้าง และหัวหน้าภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แม้การเสริมเต้านมจะไม่มีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งเต้านม                                                                                                                 แต่เมื่อปี 2559 องค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) ได้มีการเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่ทำศัลยกรรมเสริมเต้านมประมาณ 5-10 ล้านคน ในสหรัฐอเมริกา ว่า มีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองบริเวณที่มีการเสริมเต้านมเทียมหรือไม่ ซึ่งพบว่ามีการเกิดโรคขึ้นประมาณ 200 กว่าคน แต่เป็นแบบไม่แพร่กระจายและไม่ได้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ส่วนใหญ่ทำมานาน 15 – 20 ปี ซึ่งถือว่าการเกิดขึ้นน้อยมาก และไม่มั่นใจว่า มีความสัมพันธ์กันจริงหรือไม่ จึงขอความร่วมมือไปยังศัลยแพทย์ตกแต่งทั่วโลกให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังในกลุ่มคนที่มีเสริมเต้านมเทียมและรายงานเพื่อทำการศึกษาต่อไป ส่วนประเทศไทยยังไม่เคยพบมาก่อน แต่สมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ได้แจ้งให้สมาชิกทุกคนได้ทราบ และกำชับให้ตรวจสอบและเฝ้าระวังเช่นกัน โดยวิธีสังเกตคือเกิดการอักเสบ บวม แดง เป็นต้น ถ้าพบความผิดปกติก็ขอให้มาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย เพราะอาจจะมีการติดเชื้ออย่างอื่นก็ได้

เตือนภัยช่วงตรุษจีน พบ ส้ม ผลไม้มงคลมีสารพิษตกค้างมากที่สุด 9 ชนิด

จากการประชุมแก้ไขปัญหาการตกค้างของสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชในผักสดและผลไม้สด มีการเปิดเผยข้อมูลจากการสุ่มตรวจผักและผลไม้จากตลาดค้าส่งของไทย ช่วงวันที่ 14 ธันวาคม 2559-5 มกราคม 2560 ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า ผลไม้สดที่มีสารพิษตกค้างหลายชนิด ได้แก่ ส้ม พบสารพิษ 9 ชนิด รองลงมาคือ แก้วมังกรและฝรั่ง พบสารพิษ 2 ชนิด ส่วน มะม่วงและมะละกอ พบสารพิษ 1 ชนิด

ส่วนการสุ่มตรวจสารพิษตกค้างในผักสด พบว่า พริก มีสารพิษตกค้าง 9 ชนิด รองลงมาคือ ผักคะน้า พบสารพิษ 4 ชนิด และผัดกาดขาวพบสารพิษ 1 ชนิด
ทั้งนี้แม้ว่าการสุ่มตรวจดังกล่าวจะพบว่า มีผลไม้ ร้อยละ 59 ตรวจไม่พบและไม่เกินค่ากำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข 2554 และมาตรฐานโคเด็กซ์ (Codex) แต่ก็ยังมีผลไม้สดที่พบสารตกค้างมากกว่าร้อยละ 50 ได้แก่ ส้ม, แก้วมังกร, ชมพู่ และลำไย โดยชนิดสารตกค้างที่มีอัตราการตรวจพบในผลไม้สดสูง คือ carbendazim ร้อยละ 34 และ cypermethrin ร้อยละ 23 ซึ่งเป็นสารที่ไม่ดูดซึมและพบในส้มที่เป็นผลไม้มงคลนิยมให้กันในช่วงเทศกาลตรุษจีนมากที่สุด

ดังนั้นก่อนรับประทานควรล้างด้วยการแช่น้ำในตะกร้าหรือตะแกรงโปร่ง และเปิดน้ำไหลความแรงพอประมาณ โดยระหว่างล้างให้ใช้มือถูไปมาบนผิวส้ม ประมาณ 2 นาที ส่วนผัก ควรแกะกลีบออกจากต้น คลี่ใบออก และนำมาแช่ล้างเช่นเดียวกับการล้างผลไม้

กินทุเรียนแกล้มเหล้าอันตรายถึงชีวิต


ถ้ายังไม่อยากตายเร็ว ไม่กินทุเรียนแกล้มเหล้า เพราะเหล้ากับทุเรียนเป็นของแสลงกินร่วมกันไม่ได้ มันมีฤทธิ์ร้อนอาจถึงตายได้ แม้ว่าทุเรียนจะได้รับการยอมรับว่าเป็น ราชาแห่งผลไม้ไทย แล้วยังเป็นผลไม้ที่มีความอร่อยอย่างมาก มีคุณค่าทางโภชนาการผู้คนนิยมกินกัน ทุเรียนสามารถนำมาใช้ประโยชน์กับร่างกายคนเราได้ โดยใบมีรสขมเย็นเฝื่อน มีสรรพคุณแก้ไข้ แก้ดีซ่านขับพยาธิ เนื้อทุเรียนมีรสหวานร้อน มีสรรพคุณให้ความร้อนแก้โรคผิวหนังท้าให้ฝีแห้ง และขับพยาธิ

แต่รู้ไหมว่าทุเรียนนั้นถ้านำไปกินกับเหล้า หรือกินเป็นกับแกล้มเหล้าละก็อาจถึงตายได้เลย เพราะในทุเรียนมีสารกำมะถันหรือซัลเฟอร์อยู่มาก ซึ่งจะละลายได้ดีในแอลกอฮอล์ ทำให้แอลกอฮอล์เข้าสู่กระแสเลือดได้เร็ว ทำให้เมาเร็วและเมาหนักขึ้น ก่อให้เกิดความผิดปกติต่อระบบหายใจ เสี่ยงเสียชีวิตหรือเกิดอาการร้อนใน และเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

ดังนั้นถ้ารู้อย่างนี้แล้วเราจึงควรระมัดระวังไม่กินทุเรียนไปพร้อมกับกินเหล้า หรือกินทุเรียนแกล้มเหล้าถ้าไม่อยากตายเร็ว

ขับขี่ปอดสะอาด ปราศจากวัณโรค


“กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข” ร่วมกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รณรงค์ “วันวัณโรคสากล” ประจำปี 2560 จัดโครงการ “ผู้ขับขี่ปอดสะอาด ปราศจากวัณโรค” ตรวจคัดกรองและค้นหาผู้ป่วยวัณโรค เพื่อลดการแพร่ระบาดของวัณโรคในกลุ่มผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ และรถโดยสารประจำทาง พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมใน 3 จุดสำคัญ คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และสถานีขนส่งหมอชิตใหม่
ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมนายรัชชาณล กิตติพัทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการขนส่ง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมเปิดกิจกรรมรณรงค์ “ผู้ขับขี่ปอดสะอาด ปราศจากวัณโรค” เนื่องในวันวัณโรคสากล ประจำปี 2560 ซึ่งสหพันธ์องค์กรต่อต้านวัณโรคและโรคปอดนานาชาติ กำหนดให้ 24 มีนาคมของทุกปีเป็น วันวัณโรคสากล (World TB Day) และกำหนดหัวข้อรณรงค์ คือ “Unite to End TB” ภาษาไทย คือ “รวมพลัง ยุติ วัณโรค”
นายแพทย์เจษฎา กล่าวว่า ปัจจุบันวัณโรคยังคงเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขของไทย และประมาณการณ์จะมีผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 117,000 รายต่อปี เสียชีวิตกว่า 12,000 รายต่อปี และวัณโรคดื้อยาหลายขนานอาจมากถึง 4,700 ราย หากเป็นผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา รัฐบาลจะต้องใช้งบประมาณในการรักษา 200,000 บาทต่อคน แต่ถ้าเป็นผู้ป่วยวัณโรคดื้อยาชนิดรุนแรงต้องใช้งบประมาณถึง 1,200,000 บาท ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้กำหนดเป็นนโยบายและจัดทำแผนยุทธศาตร์วัณโรคระดับชาติ พ.ศ.2560 ถึง 2564 โดยมีเป้าหมายลดอัตราป่วยร้อยละ 12.5 ต่อปี หรือจากอัตราป่วย 171 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2557 ให้เหลือ 88 ต่อประชากรแสนคนภายในปี 2564 โดยดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชน เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสูงสุด คือ “เมืองไทยปลอดวัณโรค” และยุติปัญหาวัณโรค ภายในปี พ.ศ.2578
นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อไปว่า ประชากรกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ผู้ต้องขังในเรือนจำ กลุ่มผู้ป่วยโรคร่วมต่างๆ ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ตามเขตชายแดน แรงงานต่างด้าว ผู้อาศัยในชุมชนแออัด ตลอดจนพนักงานขับรถโดยสารสาธารณะ เพราะสถานที่ที่กลุ่มเหล่านี้อาศัยอยู่ หรือทำงานอยู่นั้นเป็นสถานที่ปิด แออัด จึงมีโอกาสติดเชื้อและป่วยเป็นวัณโรคมากว่าประชากรกลุ่มอื่นๆ จึงต้องควบคุมวัณโรคไม่ให้แพร่ระบาดไปสู่สาธารณชนได้ในวงกว้าง โดยการค้นหาผู้ป่วยและตัดวงจรการแพร่กระจายของเชื้อวัณโรคดังกล่าว โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถตู้ รถโดยสารประจำทาง เป็นต้น มีโอกาสที่จะได้รับเชื้อวัณโรคโดยไม่รู้ตัว หากผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารที่ป่วยวัณโรคอยู่ในรถ ไอ จาม เชื้อวัณโรคก็จะปะปนออกมา และหมุนเวียนอยู่ในรถยนต์โดยเฉพาะรถยนต์ปรับอากาศ ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารรายใหม่ที่ยังไม่ป่วยวัณโรค ก็มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อวัณโรคเข้าสู่ร่างกายได้
กรมควบคุมโรค จึงได้จัดกิจกรรม “ผู้ขับขี่ปอดสะอาด ปราศจากวัณโรค” ขึ้น เพื่อการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุกในประชากรกลุ่มเสี่ยง ลดการแพร่ระบาดของวัณโรคในกลุ่มรถโดยสารสาธารณะ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและสร้างจิตสำนึกในการป้องกันควบคุมวัณโรค โดยกำหนดดำเนินการกิจกรรมใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่ 1.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วันที่ 17 มีนาคม และวันที่ 22-23 มีนาคม 2560 2.ท่าอากาศยานดอนเมือง วันที่ 21 มีนาคม 2560 และ 3.สถานีขนส่งสายเหนือและอีสาน (หมอชิตใหม่) วันที่ 24 มีนาคม 2560 กิจกรรมประกอบด้วย การบริการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จัดบริการเอกซเรย์ โดยรถเอกซเรย์ดิจิตอลเคลื่อนที่ ให้กับผู้ขับรถโดยสารสาธารณะและประชาชนผู้สนใจ ตรวจสุขภาพ ตรวจวัดดัชนีมวลกาย วัดความดันโลหิต ตรวจวัดสายตา เป็นต้น
ขอแนะนำประชาชนให้สังเกตอาการของวัณโรค โดยเริ่มจากไอเรื้อรังนานเกิน 2 สัปดาห์ มีไข้ต่ำๆ ในช่วงบ่าย เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลด หากพบผู้ที่มีอาการดังกล่าว ขอให้รีบพาไปพบแพทย์ในโรงพยาบาลหรือสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาให้เร็ว เพราะวัณโรค หากพบเร็ว โอกาสรักษาหายสูงและไม่แพร่กระจายเชื้อ ประชาชนสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักวัณโรค โทร 0-2212-2279 กด 4 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422